สรุป 10 ไอเดียน่าคิดจากงาน Mini What the Duck 2026 ของพี่ทอย DataRockie

ผมไม่คิดว่า What the Duck ปีนี้จะมาเร็วกว่าที่คิด 😂

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมงาน Mini What the Duck 2026 ที่พี่ทอย DataRockie จัดขึ้นที่ BIG Co-working Space

ในงาน พี่ทอยแชร์เนื้อหาจากงานอื่นก่อน ๆ โดยเฉพาะ What the Duck 2025 ที่จัดออนไลน์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ในบทความนี้ ผมขอสรุป 10 ไอเดียที่น่าสนใจจากงาน โดยผมได้เสริมเนื้อหาจากงานก่อน ๆ และจากที่ทำ research เพิ่มเข้าไปในแต่ละไอเดียเพื่อให้ครบถ้วนมากขึ้น

ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย


  1. 🔥 Idea 1. Three Most Important Skills
  2. 💧 Idea 2. Accept the Reality
  3. 🧭 Idea 3. Agency
  4. 🔌 Idea 4. Energy, Not Time
  5. 👀 Idea 5. Make Yourself Discoverable
  6. 📈 Idea 6. Dissociate Income From Time
  7. 💡 Idea 7. What Won’t Change for Good Products
  8. ⭐️ Idea 8. AI Is for Experts
  9. 🧠 Idea 9. No One Knows the Future
  10. 👏 Idea 10. Last Message

🔥 Idea 1. Three Most Important Skills

ในยุคที่การศึกษาไม่ได้อยู่แค่ในมหาวิทยาลัย ทักษะสำคัญ 3 อย่างที่ทุกคนควรมี คือ:

  1. Thinking
  2. Writing
  3. Reading

.

Thinking หมายถึง การคิดอย่างมีประสิทธิภาพ

คนส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองคิด แต่จริง ๆ แล้วเราคิดกันน้อยมาก

Two percent of the people think;
three percent of the people think they think;
and ninety-five percent of the people would rather die than think.
— George Bernard Shaw

ในยุคที่เราเข้าถึงข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างง่ายดาย thinking จะช่วยให้เราแยกแยะข้อมูลที่ดีออกจากข้อมูลที่ไม่ดี และทำให้เราตัดสินใจได้เฉียบคมกว่าคนอื่น

.

Writing เป็นการคิดแบบหนึ่ง

ถ้าจะเขียนได้ (เช่น เขียนบทความนี้) เราจะต้องคิดได้ก่อน แต่จะคิดได้ บางทีเราก็ต้องเขียนออกมา (เช่น ร่างบทความนี้)

Think -> Write -> Think -> Write -> ...

เมื่อเป็นแบบนี้ ยิ่งเราฝึกเขียนมากขึ้นเท่าไร เราก็ยิ่งฝึกความคิดให้ดีมากขึ้นเท่านั้น

Writing is thinking.
To write well is to think clearly.
That’s why it’s so hard.
— David McCullough

.

Reading คือ superpower

ในขณะที่พูด (และฟัง) ได้ 150–200 คำต่อนาที เราสามารถอ่านได้เร็วถึง 200–250 คำต่อนาที

ถ้าเรามีเนื้อหาใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจ เราจะรับเนื้อหานั้นได้เร็วขึ้นถ้าเลือกที่จะอ่าน แทนที่จะฟัง

การอ่านเป็นทางด่วนในการอัปเดตความรู้ ถ้าเราอ่านหนังสือทุกวันติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ก็จะไม่มีใครหยุดเราได้ เพราะเราจะมีมุมมองและความรู้มากกว่าคนส่วนใหญ่

I probably read one to two hours a day.
That puts me in the top 0.00001%.
— Naval Ravikant

.

Combine

แต่ละทักษะโดดเด่นในตัวเอง แต่เมื่อรวมทั้ง 3 ทักษะเข้าด้วยกัน เราจะมี pipeline ที่จะขับเคลื่อนเราไปข้างหน้าอย่างไม่สิ้นสุด:

  1. Reading: หาความรู้
  2. Thinking: เชื่อมโยงไอเดีย
  3. Writing: ผลิตความคิดใหม่ ๆ
Reading -> Thinking -> Writing

💧 Idea 2. Accept the Reality

ขั้นแรกของการเอาตัวรอด คือ ทำตัวเหมือนน้ำ

น้ำสามารถปรับตัวเข้ากับภาชนะอะไรก็ได้ แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อยอมรับความจริงว่า ภาชนะมีรูปทรงอย่างที่เป็น และปรับตัวเข้ากับรูปทรงนั้น

เราจะเอาตัวรอดในโลกได้ ก็ต้องยอมรับความจริงอย่างที่เป็น และปรับตัวเข้ากับความจริงนั้น

Water adopts the shape of its receptacle,
it is sometimes a trickle
and sometimes a wild sea.
— Miyamoto Musashi


🧭 Idea 3. Agency

Agency คือ ความสามารถในการเลือกทางเดินของตัวเอง และสร้างอนาคตของตัวเอง:

  • คนที่มี high agency สามารถเลือกเป้าหมายของตัวเองได้
  • คนที่มี low agency จะทำตามเป้าหมายที่คนอื่นกำหนด

Agency เป็นอีกทักษะที่จะทำให้เราอยู่รอด เพราะถ้าเราไม่มี agency คนอื่นจะกำหนดทิศทางให้กับเรา ซึ่งอาจหมายถึงเราจะไม่สามารถทำตามความต้องการของเราได้

If you don’t know what you want,
you will be told what you want,
and you will believe it.
If you don’t create a purpose,
you will be assigned one.
— Dan Koe


🔌 Idea 4. Energy, Not Time

สิ่งที่เราควรบริหารให้ดี ไม่ใช่เวลา แต่คือ energy

.

เวลามีจำกัด แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราจัดการได้ เพราะเวลาจะเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม

สิ่งเดียวที่เราทำได้ คือ เลือกสิ่งที่จะทำในแต่ละเวลาเท่านั้น

You can’t manage time;
you actually only manage
what you do during time.
— David Allan

.

Energy คือ แบตเตอรี่ในตัวเรา ทุกเช้าที่เราตื่นขึ้นมา แบตเตอรี่เราเต็ม 100% และลดลงเรื่อย ๆ ตามกิจกรรมระหว่างวัน

ยิ่งเราใช้ energy ไปมากเท่าไร เราก็ยิ่งมีแบตเตอรี่ให้ใช้น้อยลงเท่านั้น

ถ้าเราหมด energy ไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญตั้งแต่ต้นวัน เราจะไม่มี energy ให้กับสิ่งที่สำคัญตอนท้ายวัน

.

สิ่งที่เราต้องบริหาร ไม่ใช่เวลา แต่คือ energy เพื่อให้เรามี energy ไว้ใช้กับสิ่งสำคัญเมื่อเวลามาถึง

Time management is a lie. …
Time is not your limiting resource
—energy is.
— Jonathan Jenkins


👀 Idea 5. Make Yourself Discoverable

การสร้าง impact มีอยู่ 3 ขั้นตอน:

  1. Awareness: เป็นที่รู้จัก
  2. Consideration: มีคนพิจารณา
  3. Conversion: มีคนซื้อ/เข้าร่วม

.

Awareness: ถ้าเราอยากสร้าง impact เราจะต้องทำตัวเองให้เป็นที่รู้จัก

ในยุคที่ส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต เราสามารถทำให้เป็นที่รู้จักได้ง่าย ๆ ด้วยการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

.

Consideration and conversion: การมีเว็บไซต์อย่างเดียวไม่พอที่จะสร้าง impact

ถ้าเรามีเว็บไซต์ แต่ไม่มี content ก็จะไม่มีใครรู้จักเรา

เว็บไซต์ที่สร้าง impact จะต้องมี content ที่ดี ซึ่งมีลักษณะ 4 อย่าง ได้แก่:

  1. Experience: สะท้อนประสบการณ์เฉพาะตัว
  2. Expert: สื่อถึงความเชี่ยวชาญ
  3. Authoritative: มักเป็นที่กล่าวถึง/อ้างอิง
  4. Trustworthiness: น่าเชื่อถือ
Impact = Website + Quality Content

📈 Idea 6. Dissociate Income From Time

รายได้ที่ยั่งยืน คือ รายได้ที่ไม่ผูกติดกับเวลา

เราแยกรายได้ออกจากเวลาได้ด้วย leverage

Leverage คือ ตัวคูณที่จะขยาย impact ของเรา และแบ่งเป็น 2 ประเภท:

  1. Permission-based เช่น เงินและแรงงาน ที่เราต้องขออนุญาตจากคนอื่นก่อน
  2. Permission-less เช่น หนังสือ โค้ด สื่อต่าง ๆ ที่เราสามารถสร้างได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร และทำซ้ำได้โดยใช้ต้นทุนเกือบเป็นศูนย์

เราสามารถแยกรายได้ออกจากเวลาได้ง่าย ๆ ด้วย permission-less leverage เช่น:

  • เขียนหนังสือ
  • แต่งเพลง
  • ถ่ายภาพ
  • เขียนโปรแกรม

สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยสร้างรายได้ในขณะที่เราหลับได้ และทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินที่มากขึ้น


💡 Idea 7. What Won’t Change for Good Products

คำถามยอดฮิตที่ผู้นำในด้านต่าง ๆ มักถูกถาม คือ ในอนาคต อะไรจะเปลี่ยนไปบ้าง?

แต่คำถามที่เราควรถาม คือ อะไรที่จะไม่เปลี่ยนไปบ้าง? เพราะแทนที่จะอยู่กับการคาดการณ์ เราจะปรับตัวอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว

พฤติกรรมมนุษย์เป็นสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนได้ยาก

ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง Jeff Bezos กล่าวว่า ในอนาคต ลูกค้าจะยังคงมองหา 3 อย่าง:

  1. Price: ราคาถูก
  2. Quality: คุณภาพดี *
  3. Delivery: ส่งเร็ว

ถ้าเราสามารถสร้างของที่มีลักษณะ 3 อย่างนี้ได้ เราก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น

Customers are still going to want low prices.
They are still going to want fast delivery.
And they are still going to want a big selection.
— Jeff Bezos

.

Note:

  • ใน quote จะเห็นว่า Jeff Bezos ไม่ได้พูดถึง quality แต่เป็น selection แทน
  • แต่ผมยังเห็นด้วยว่า สำหรับ product ทั่วไป สิ่งที่ลูกค้ามองหาคือ solution ที่จะแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่ทางเลือก เหมือนกับ e-commerce

⭐️ Idea 8. AI Is for Experts

AI จะช่วยให้คนที่มีความรู้ได้ไกลขึ้น เพราะคนเหล่านี้รู้ว่าจะใช้ AI ยังไงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ

เช่น Gemini CLI ที่สามารถใช้ tool ต่าง ๆ ได้ เช่น:

  • Notion
  • Canvas
  • JavaScript

ถ้าเรารู้ว่าจะใช้ Gemini CLI ยังไง เราสามารถสร้างของที่ตอบโจทย์และเข้าถึงตลาดได้เร็วกว่าคนอื่น

(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Gemini CLI)


🧠 Idea 9. No One Knows the Future

อนาคตเป็นเหมือน Schrödinger’s cat ที่มีความเป็นไปได้มากมาย แต่มีแค่ความเป็นไปได้เดียวที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น

ไม่มีใครรู้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต และเราควรใช้เวลาไปกับสิ่งที่เราควบคุมได้ และกำหนดทิศทางอนาคตของตัวเอง มากกว่าโฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และปล่อยให้คนอื่นกำกับอนาคตของเรา


👏 Idea 10. Last Message

บทเรียนทิ้งท้าย 2 ข้อ:

  1. Do the right thing
  2. Play

.

Do the right thing: ทำสิ่งที่ต้องทำในเวลาที่สมควร

เช่น เราไม่จำเป็นต้องตื่นนอนทุกเช้าเพื่อประสบความสำเร็จ

ถ้าเราตื่นมาและใช้เวลา 30 นาทีแรกของวันไปกับ social media ชีวิตเราก็จะไม่เปลี่ยนไปจากเดิม

แต่ถ้าเราใช้เวลา 30 นาทีแรกไปกับการอ่านหนังสือ ชีวิตเราก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

เราไม่ต้องทำตามคำแนะนำทุกอย่างของคนอื่น เราแค่ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องในเวลาที่สมควรเท่านั้น

Always do the right thing.
The rest doesn’t matter.
— Marcus Aurelius

.

Play: มองโลกเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นที่เราเล่น ทดลอง เรียนรู้ และเติบโตได้

เมื่อเราทำงานที่เหมือนการเล่น เราจะมีชัยไปกว่าคนอื่น

Find what feels like play to you,
but looks like work to others.
— Naval Ravikant


🔔 ใครที่ชอบบทความนี้ ฝากกด subscribe และติดตามกันได้ที่:

Comments

Leave a comment