ในปี 2018–2019 ผมไปเรียนต่อที่อังกฤษคนเดียว
ในปี 2026 ผมกลับไปที่อังกฤษอีกครั้ง พร้อมกับพ่อแม่และน้อง
และต่อไปนี้ คือ เรื่องราวชีวิตของผมใน 2 ช่วงชีวิตนี้ ที่เดินคู่ขนานกันไป
เรื่องราวในปัจจุบันที่เราสร้างขึ้นใหม่
และอดีตที่ย้อนกลับมาพร้อมกับสถานที่ที่เราเคยไปเยือนหรือคนที่เราเคยได้เจอ
บทความนี้เป็นตอนที่ 2/5 ตอน Going Up North ซึ่งเล่าเรื่องราวการเดินทางจาก Windsor ไปถึง Glasgow ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
⏮️ Previously on …
อ่านบทความตอนที่แล้ว:
อ่านตอนต่อไป:
- UK Again, Ep 3 (coming soon)
- UK Again, Ep 4 (coming soon)
- UK Again, Ep 5 (coming soon)
🚶 From Cold Sun Walk
ครั้งหนึ่ง ผมเคยเดินไปตามถนนใน London ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านและแสงแดดอันอบอุ่นที่สาดส่องจากท้องฟ้าฤดูหนาว
ผมตั้งชื่อเพลย์ลิสต์ของวันนั้นว่า Cold Sun Walk
และนี่คือเพลงหนึ่งในเพลย์ลิสต์นั้น
Note: ดูเพลงทั้งหมดในเพลย์ลิสต์
🚙 Day 02. Windsor & Bath
🗓️ Date: Sunday 31 May 2026
.
☀️ (1) Early Start
📆 2026📍 Lingfield, Surrey
โรงแรมในตอนเช้าเงียบสงบกว่าเมื่อวานเย็นที่เรามาถึง พ่อบอกว่า ข้างหลังโรงแรมเป็นสนามแข่งม้า และเมื่อวานมีการแข่งขันกัน เลยมีคนเยอะ
หลังเข้าห้องน้ำและกินของที่ซื้อมาจาก Tesco เมื่อวาน ซึ่งสำหรับผมเป็นแซนด์วิช นมแอลมอน สตรอว์เบอร์รี และไก่ทอดจาก Domino ที่เหลืออยู่ เราก็เช็กเอาท์ออกจากโรงแรม
.
พ่อแวะที่ปั๊มแห่งหนึ่งไม่ไกลจากโรงแรม เพื่อเติมน้ำมัน
พอเติมเสร็จแล้ว ยังไม่ทันตั้ง Google Maps พ่อก็ขับออกจากปั๊ม
“จะรีบไปไหน?” แม่พูด “ไม่รอให้ตั้ง Maps ก่อน”
“ผิดทาง” ธีร์พูดตอนที่เรากำลังวนอยู่ในวงเวียนที่ 2 หลังออกจากปั๊ม “กลับไปก่อน”
พ่อวนกลับไปทางเดิม ในวงเวียนแรก พ่อจะเอารถเข้าจอดข้างทาง
“ตรงไปก่อน” ธีร์พูด “จอดในวงเวียนมันอันตราย”
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงแตรดังมาจากรถที่ขับตามหลังมา ตอนที่รถคันนั้นวิ่งผ่านเราไป ชายสูงอายุที่นั่งอยู่ข้างในหันมาทางเราพร้อมกับหน้านิ่วคิ้วขมวด
“บอกแล้วมันอันตราย” ธีร์พูด “พูดแล้วฟังบ้างสิ”
พ่อไม่พูดอะไร ขับรถต่อไปตามทางใน Google Maps
.
⛰️ (2) Box Hill
📆 2026📍 Box Hill, Surrey
พอหาที่จอดในลานจอดรถที่ Box Hill ได้แล้ว เราก็เดินไปที่ Visitor Centre ซึ่งมีคนอยู่หนาแน่น เพื่อจะเข้าห้องน้ำ
เสร็จแล้ว เราเดินกลับไปที่ลานจอดรถ ซึ่งมีซุ้มประชาสัมพันธ์และป้ายบอกเส้นทางเดินชมธรรมชาติอยู่

เหมือนกับ Seven Sisters เมื่อวาน ผมอยากจะเดินเส้นที่ยาวที่สุดเพื่อจะได้ชมธรรมชาติอย่างเต็มที่ แต่ยิ่งอยู่นาน เราก็ยิ่งต้องจ่ายค่าที่จอดมากขึ้น และอีกอย่าง เรามีที่อื่นต่อไปอีก
เราเลือกเส้นที่สั้นที่สุด ซึ่งเราข้ามถนนเส้นเล็ก ๆ กลับไปที่ Vistor Centre และเดินเลยขึ้นไปเพื่อจะไปที่จุดเริ่มต้นทางเดิน
จากริมถนนลาดยาง เราเดินเลี้ยวเข้ามาบนทางเดินดินที่มีหญ้าขึ้น ไปไม่ไกลก็เห็น Box Hill Fort ซึ่งเป็นฐานบัญชาการเก่าจากสมัยศตวรรษที่ 19

ถัดจากจุดนั้นไป เราเดินเข้ามาในป่าที่อากาศร่มรื่นและเย็นสดชื่น ที่ทางแยกหนึ่ง เราเลี้ยวผิดทางและเกือบจะหลงไปไกลถ้าใครสักคนไม่เรียกให้คนอื่นกลับมาอีกทาง
เส้นทางนี้พาเราเดินผ่าน หลุมศพของ Major Peter Labielliere ซึ่งฝังกลับหัวตามคำขอของเจ้าตัว เลยจากจุดนั้น ป่าด้านขวามือเปิดออก เผยให้เห็นวิวของเนินเขาสีเขียวและตัวเมือง Dorking ที่อยู่ข้างล่าง

เดินต่อมาไม่นานก็ถึงจุดชมวิวซึ่งเราขับผ่านมาตอนที่มาถึง Box Hill รวมทั้งหมด เราใช้เวลาเดินแค่ 10 กว่านาทีเท่านั้น

เราเดินกลับไปที่ Visitor Centre และสั่งไอศกรีม 1 ถ้วยมาแชร์กัน ก่อนจะขึ้นรถเพื่อไปที่ต่อไป

.
🥙 (2) Lunch
📆 2026📍 Old Windsor
ยังไม่ถึง Windsor ก็เที่ยงกว่าแล้ว เพื่อเลี่ยงที่ที่คนพลุกพล่าน เราตัดสินใจหาร้านข้างทางก่อนถึง Windsor เพื่อกินข้าวกลางวันกัน
ธีร์ค้นใน Google Maps แล้วก็พาเรามาที่ร้าน Harvester ใน Old Windsor ซึ่งตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำ Thames ตอนเรามาถึงที่จอดรถเล็ก ๆ มีรถจอดอยู่แล้ว 4–5 คัน และยังมีที่ว่างให้จอดอีกเยอะ

พอเราเดินเข้าไปในร้าน พนักงานก็ขอให้เรากรอกเลขทะเบียนรถลงในระบบ และถามว่าเราอยากจะนั่งข้างในหรือข้างนอก ผมอยากจะนั่งข้างใน แต่เราเลือกนั่งข้างนอกกัน เพราะวันนี้อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส มีแดดออก และอากาศเย็นกำลังดี
เราถือเมนูที่พนักงานยื่นให้มานั่งที่โต๊ะ เลือกอยู่นานกว่าจะได้สั่ง เราเลือกจานหลัก 2 จาน เป็น fish and chips 1 จาน และสเต็ก 1 จาน และเซตเล็ก 1 ชุด ซึ่งเลือกอาหารได้ 3 อย่าง ระหว่างรออาหาร เราเดินไปตักสลัดและเครื่องดื่มจากสลัดบาร์ข้างในร้าน
จานอาหารที่มาถึงขนาดใหญ่กว่าที่ผมคิด และพอที่จะกินกัน 4 คนแบบเหลือ ๆ



ราคาอาหารทั้งหมดอยู่ที่ 58 ปอนด์ ซึ่งคุ้มกับครอบครัว 4 คน และอาหารที่อร่อยถูกปาก

.
🏰 (3) Windsor
📆 2026📍 Windsor
ใช้เวลาไม่นาน เราก็มาถึง Windsor และจอดรถใน Windsor Royal Shopping Centre

“คุณช่วยเลื่อนรถหน่อยได้ไหม? ผมเข้าไม่ได้” เจ้าของรถข้าง ๆ พูดตอนที่พ่อเพิ่งจะจอดรถเสร็จ
พ่อถอยรถออกจากช่อง พอให้ชายคนนั้นขึ้นรถตัวเองได้ เขาขับออกรับคนที่มาด้วยกัน ซึ่งยืนรออยู่ แล้วขับออกไป ผมสงสัยว่าถ้ามาช้ากว่านี้ ตอนที่เราไม่อยู่แล้ว เขาจะทำยังไง
จากที่จอดรถ เราเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้น G และออกเดินมาทางอาคารที่ดูเหมือนสถานีรถไฟ เพื่อจะไปที่ Windsor Castle

แม้จะนานมาแล้ว และบรรยากาศแตกต่างกันออกไป แต่ผมก็จำได้ว่าเคยมาที่นี่แล้ว

.
📆 2018📍 Windsor
ผมรู้จักทัวร์นี้จากโบรชัวร์ที่วางแจกอยู่ใน Ifor Evans ซึ่งเป็นหอของผม ทัวร์นี้เป็นแบบเช้า-เย็นกลับ รถออกจาก King’s Cross และจะพาเราไป 3 ที่ คือ Windsor, Bath, และ Stonehenge
ผมชวนก้านว้านซึ่งเป็นเพื่อนสมัย ป.ตรี ที่มาเรียนอังกฤษไปด้วยกัน ตอนที่เราขึ้นรถที่ King’s Cross ไกด์ซึ่งเป็นชายชาวอังกฤษที่เกษียณแล้วบอกเราว่า ให้จ่ายเงินทีหลังได้ ถ้าผมจำไม่ผิด ทัวร์รับเงินสดเท่านั้น แต่เรามีเงินติดตัวไม่พอ และต้องรอกดเงินเมื่อไปถึง Windsor

ที่ Windsor ท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกลงมาปรอย ๆ ตลอดเวลา ไกด์ปล่อยพวกเราลง ให้เที่ยวชมเมืองภายในเวลาที่กำหนด ผมจำได้ว่าก้านว้านชวนผมมากินข้าวที่ร้านหนึ่งใน Windsor Royal Shopping Centre ผมจำได้ว่าก้านว้านนัดเจอเพื่อนด้วย แต่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นที่ Windsor หรือที่ Bath กันแน่
หลังทานข้าว ผมก็พยายามหาตู้กดเงิน ซึ่งไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เราเดินฝ่าฝนไปจนถึงตู้หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจาก Windsor Castle นัก พอเสียบบัตรเข้าไป ตู้ไม่ยอมให้เรากดเงินออกมา ทั้งผมและก้านว้านใช้ธนาคาร Barclays ทั้งคู่ และลองแล้วไม่มีใครกดเงินได้เลย
“พวกคุณอย่าลืมจ่ายเงินนะ” ไกด์ทักเมื่อเรากลับไปขึ้นรถ “ถ้าไม่จ่าย ผมน่าจะต้องทิ้งพวกคุณไว้กลางทาง”
ผมเข้าใจว่าเป็นการพูดติดตลกของคนอังกฤษ แต่ตอนนั้น ผมยังไม่เข้าใจบริบทขนาดนั้น และเข้าใจว่าทัวร์จะทิ้งเราไว้ข้างทางจริง ๆ ถ้าเราไม่มีเงินมาจ่ายตอนไปถึง Bath
.
📆 2026📍 Windsor
ก่อนมาถึง Windsor ก้านว้านเพิ่งจะแจ้งข่าวดีในแชทกลุ่มว่าจะแต่งงานปลายปีนี้
ครั้งก่อน ทั้งฝนตกและรีบหาตู้กดเงิน ทำให้ผมไม่ได้เดินดู Windsor Castle ขนาดนั้น และไม่คิดว่าปราสาทจะใหญ่กว่าที่ผมจำได้


เราเดินถ่ายรูปปราสาทไปจนถึงประตูที่ต้องซื้อตั๋วถึงจะผ่านเข้าไปได้



เราเดินย้อนกลับมา และเดินไปตาม Peascod Street ซึ่งมีผู้คนอยู่เยอะไม่แพ้กับที่ Windsor Castle

“ขอเข้าไปดูแป๊บหนึ่ง” ผมบอกคนอื่นแล้วเดินเข้าไปใน Waterstones คนเดียว
Waterstones เป็นร้านหนังสือโปรดของผม เพราะมีสาขาอยู่หลายที่ หนังสือเล่มแรกที่ผมซื้อเมื่อมาถึงอังกฤษเมื่อ 8 ปีก่อน (Murder on the Orient Express ของ Agatha Christie) และหนังสือที่ผมซื้อไปให้ Lee Child นักเขียนที่ผมชอบเซ็น ก็มาจาก Waterstones ใน Camden Town ซึ่งตอนนี้ปิดทำการไปแล้ว

ผมเจอหนังสือ 2 เล่มที่ผมสนใจ คือ A Memory Called Empire ของ Arkady Martine ซึ่งผมรู้จักมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้อ่าน และ I Hear A New World ของ Alan Moore


ผมกลับออกมามือเปล่า เพราะไม่ได้รู้ว่าจะเก็บหนังสือยังไง เรายังต้องเที่ยวอีกหลายวัน และผมไม่ชอบให้หนังสือเป็นรอยแม้แต่นิดเดียว
ผมกับพ่อแม่และน้องกลับไปที่ Windsor Royal Shopping Centre ธีร์กับพ่อเดินแยกไปดูหัวรถจักรไอน้ำที่โชว์อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ

ผมตามแม่เข้าไปดูเสื้อผ้าใน Zara แล้วเราก็เดินไปตามพ่อกับธีร์เมื่อเห็นว่ายังไม่กลับมากันสักที
“แล้วล่ะ?” ธีร์ถามเมื่อเจอกัน
“เสร็จม๊าแล้ว” ผมพูด ชี้ไปที่ร้าน Miniso ที่ตั้งอยู่แถวนั้น
“ไม่ได้ซื้ออะไร แค่ดูเฉย ๆ” แม่พูดเมื่อเดินออกมาจากร้าน
เราเดินผ่านรูปปั้นกระทิงที่ทำจากเหล็ก เมื่อ 8 ปีก่อนผมอาจจะเคยเห็นรูปปั้นนี้และสังเกตชิ้นส่วนเหล็กที่ประกอบขึ้นมาเป็นกระทิงเหมือนกับที่ผมทำในตอนนี้ แต่ผมก็จำไม่ได้แน่ ๆ ว่าใช่ไหม

.
🛁 (4) Bath
📆 2018📍 Bath
น่าจะเป็นที่ Bath มากกว่าที่ก้านว้านนัดเจอกับเพื่อน เพราะผมจำได้ว่าตอนที่เรากลับไปที่รถ ไกด์ทักเราว่า “คุณได้เพื่อนใหม่ด้วย”
“เป็นเพื่อนของเขาอีกที” ผมตอบ เขาหมายถึงก้านว้าน แล้วรีบขึ้นรถ เพราะนอกจากฝนจะยังตกไม่หยุดแล้ว ผมกับก้านว้านเป็นคนสุดท้ายที่กลับมาที่รถ

.
📆 2026📍 Bath

เราจอดรถที่ Recreation Ground
ตอนนั้นเป็นเวลา 5 โมงเย็นแล้ว แต่ท้องฟ้ายังสว่างเหมือนบ่าย 3 อยู่เลย
จาก Recreation Ground มี 2 ทางที่จะพาเราไปยัง city centre ได้ นั่นคือ ผ่าน North Parade Bridge หรือ Pulteney Bridge
เราเลือกเดินเลียบแม่น้ำ Avon ไปทาง Pulteney Bridge ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแห่งหนึ่งของ Bath


เราหยุดถ่ายรูปไปตลอดทาง ระหว่างที่ธีร์กำลังเล็งกล้อง มีชายคนหนึ่งยื่นตัวเข้ามาเพื่อ photobomb อย่างขี้เล่น
“ขอโทษครับ” ธีร์พูด “ไม่ตลกเลย”
“ขอโทษที” ชายคนนั้นพูด แล้วเดินจากไป
“คือยืนเล็งรออยู่” ธีร์อธิบายทีหลัง “แล้วก็พยายามเล็งหลบให้แล้ว ก็ยังเข้ามาอีก”



.
เราใช้เวลากว่า 20 นาทีกว่าจะมาถึง Pulteney Bridge และเดินข้ามมาอีกฝั่งได้


บนถนนที่มองลงไปเห็นแม่น้ำ มีผู้ใหญ่ที่มีรอยสักเต็มตัวและเด็กพิเศษส่งเสียงร้องแหบ ๆ เป็นช่วง ๆ นอกนั้นแล้ว ทุกอย่างดูเงียบสงบ

“ถ้าได้มาเรียนที่นี่น่าจะดี” ผมพูดกับแม่ เพราะ London ไม่ใช่ที่สำหรับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายของเมืองใหญ่อย่างผมเลย แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะมหาวิทยาลัยที่ผมตั้งใจไปเรียนอยู่ที่นั่น
“ไปทางไหนต่อ?” แม่ถามหลังจากถ่ายรูปหน้า The Empire ซึ่งเป็นตึกสูงที่อยู่ตรงนั้นเสร็จแล้ว

“ไป The Circle ก่อน” ผมตอบ “แล้วค่อยกลับมาที่ Roman Bath”
ผมตั้งใจจะเดินไปที่ไกลก่อน เพื่อที่เราจะได้มีเวลาถ่ายรูปพอ ถ้าเราไปที่ใกล้ก่อน เราอาจจะถ่ายรูปเพลินจนไม่มีเวลาจะไปที่ไกล และแม้พระอาทิตย์จะยังอยู่ แต่ก็คล้อยต่ำลงเรื่อย ๆ ทำให้เราต้องรีบทำเวลาถ้าอยากได้รูปถ่ายดี ๆ
เราเดินไปตามทางที่ Google Maps แนะนำ ผ่านตัวเมือง Bath ที่เงียบสงบในเย็นวันอาทิตย์




ตอนมาถึง The Circle พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินดี และภาพตึกที่เห็นยังเป็นภาพเดียวกับที่ผมเห็นเมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งผมไม่คิดว่าจะได้กลับมาเห็นอีกครั้ง






หลังถ่ายรูปใน The Circle เสร็จ เราก็เดินย้อนกลับไปที่ city centre
ระหว่างทาง เราเดินผ่านร้านตัดผมที่เมื่อ 8 ปีก่อน เพื่อนของก้านว้านเคยชี้ให้ดู แต่ผมจำไม่ได้ว่าเพื่อนคนนั้นพูดว่าอะไรเกี่ยวกับร้านนี้

“ตรงนี้เหมือนกับ Edinburgh” ผมพูดเมื่อไปถึงทางไปสู่ Roman Baths และ Bath Abbey ซึ่งมีเสาแบบโรมันตั้งอยู่ “เดี๋ยวค่อยดู”



.
หลังจากถ่ายรูปที่ Roman Baths และ Bath Abbey แล้ว เราก็เดินไปทาง North Parade Bridge เพื่อจะกลับไปที่รถ

ระหว่างทาง เราเดินผ่าน Parade Gardens ซึ่งเป็นสวนสาธารณะริมน้ำที่มีคนนั่งและทำกิจกรรมอยู่เต็ม แม้ว่าจะเป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าแล้ว

และ Terrace Walk ซึ่งเป็นจุดจอดรถบัส ซึ่งผมกับก้านว้านเคยมาขึ้นรถทัวร์เพื่อไป Stonehenge ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของทัวร์

เราข้าม North Parade Bridge ซึ่งมองเห็น Pulteney Bridge ที่อยู่อีกฝั่งได้ชัดเจน กลับมาที่ Recreation Ground ซึ่งปิดแล้ว และรถของเราเป็นหนึ่งในไม่กี่คันที่ยังจอดอยู่
“หา Tesco” พ่อพูดเมื่อทุกคนขึ้นมาบนรถแล้ว

.
🥘 (5) Tesco & Hotel
📆 2026📍 Tesco somewhere
Tesco ที่เรามาถึงเป็นร้านเล็ก ๆ แต่มีขนมและของกินครบครัน
“ถ้ามีสมาชิกจะได้อีกราคา” พ่อพูด ชี้ไปที่ป้ายราคาซึ่งมี 2 ราคา ราคาหนึ่งสำหรับสมาชิก และอีกราคาสำหรับคนทั่วไป “ลองถามเขาดูว่าเราสมัครได้ไหม”
ธีร์ลองถามพนักงานตอนที่เราไปจ่ายเงิน
“เขาบอกว่า สมัครผ่านแอปได้” ธีร์บอก
เราพยายามหาแอปของ Tesco แต่ก็ไม่เจอเวอร์ชันภาษาอังกฤษ และเมื่อพยายามสมัครก็ติดว่าต้องมีเบอร์โทรและที่อยู่ในอังกฤษ เราเลยล้มเลิกการสมัครไปและจ่ายเงินซื้อของที่อยู่ในตะกร้าในราคาเต็ม
.
📆 2026📍 Holiday Inn, Swindon
พอมาถึงโรงแรมและจอดรถได้ พ่อกับธีร์ก็ลงไปเช็กอิน ส่วนผมกับแม่ช่วยกันขนกระเป๋าลงจากรถ
คืนนี้ เราได้ 2 ห้องแยกกัน พออาบน้ำและเสียบชาร์จแบตเตอรีมือถือไว้แล้ว ผมก็หลับไป

🚙 Day 03. Rural England
🗓️ Date: Monday 01 June 2026
.
☕️ (1) Breakfast
📆 2026📍 Holiday Inn, Swindon
อาหารเช้าแบบอังกฤษที่โรงแรม ทำให้ผมนึกถึงอาหารเช้าที่ Ifor Evans
Ifor Evans มีอาหารเช้าและเย็นให้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกไปกินไหมเท่านั้น
ในช่วงแรก ผมยังขยันตื่นก่อนเก้าโมงเพื่อลงไปต่อแถวรับอาหาร ซึ่งอาหารในแต่ละวันไม่ต่างกับอาหารเช้าตอนนี้ คือ มี baked bean, ไข่ดาว, เบคอน, และไส้กรอก


ในช่วงแรก ผมนั่งคนเดียว เพราะหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับ ผมก็ไม่ได้คุยกับเพื่อนที่ผมเจอในงานอีก (ยกเว้น Baihan ซึ่งผมเจอในงานเลี้ยงต้อนรับคนที่สายจิตวิทยาและภาษา แต่ห้องของ Baihan ที่ Ifor Evans เป็นแบบไม่รวมมื้ออาหาร)
ไม่นาน ผมก็เริ่มนั่งรวมกับคนอื่น ซึ่งท้าทายกว่าการนั่งคนเดียว เพราะต้องใช้ภาษาอังกฤษตอนที่สมองยังไม่ตื่น คำถามเช่น “How was your sleep?” ทำให้สมองผมทำงานหนักกว่าตอนไปเรียนซะอีก แต่เพราะอย่างนี้ ผมเลยกล้าพูดและรู้สึกว่าพูดอังกฤษได้คล่องขึ้นหลังกลับจากอังกฤษ
สิ่งที่ต่างออกไปจากอาหารเช้าที่ Ifor Evans คือ ในโรงแรมมีข่าว BBC ให้ดู เคยมีคนบอกผมว่า ถ้าจะดู BBC จะต้องจ่าย subscription ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ Ifor Evans ไม่มีทีวีในโรงอาหาร
.
🏠 (2) Bibury
📆 2026📍 Bibury
หลังอาหารเช้า เราออกจากโรงแรมและขับรถมาที่ Bibury ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่บรรยากาศเหมือนรูปในโปสต์การ์ด เพราะประกอบด้วยบ้านหลังเล็ก ๆ ก่ออิฐสีน้ำตาลอ่อนที่มีน้ำธารไหลผ่าน มีทุ่งหญ้าและต้นไม้ขึ้นแซม เหมือนกับหมู่บ้านผุดขึ้นกลางธรรมชาติด้วยตัวเอง



เราจอดรถไว้บนถนนข้างลำธาร ซึ่งดูเหมือนจะจัดไว้ให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ที่จอดของเราเป็นที่สุดท้ายพอดี ถ้ามาช้ากว่านี้ เราน่าจะต้องไปจอดที่อื่น
พอลงจากรถ พ่อกับแม่เดินนำไปก่อน ส่วนผมกับธีร์เดินตามไปทีหลัง ตรงสะพานที่จะเดินข้ามลำธารไปยังกลุ่มบ้านซึ่งดูเหมือนเป็นไฮไลต์ของที่นี่ ธีร์เห็นคนเอเชียคนหนึ่งใช้กล้อง Fujifilm ก็เดินเข้าไปถาม
“ขอโทษนะครับ ผมเห็นคุณใช้กล้องตัวนี้ คุณใช้มานานหรือยัง?”
ผมยืนฟังบทสนทนา แต่ตามไม่ทันเพราะไม่ใช่คนเล่นกล้อง เท่าที่ฟัง ผู้ชายคนนี้มาเที่ยวที่นี่ทุกปี เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ผมไม่แปลกใจ เพราะที่นี่สวยงามและเงียบสงบมาก
“ผมขอตัวก่อน” ธีร์พูดหลังจากคุยกันมาพักใหญ่ “โชคดีนะครับ”
“คิดว่าเขาเป็นคนที่ไหน?” ธีร์ถามหลังจากเดินห่างออกมา เพื่อไปหาพ่อแม่ที่ยืนถ่ายรูปบ้านข้างหน้า
“ตอนแรกคิดว่าเป็นคนฮ่องกง” ผมตอบ เพราะเพื่อนที่ผมยังติดต่ออยู่ด้วยมาจากที่นั่น “แต่ก็ไม่แน่ใจ เห็นบอกราคากล้องเป็น Singaporean Dollar แต่ก็มีพูดถึง Pinang กับออสเตรเลีย”
“นั่นดิ”
“หรือเขาจะเป็นคนสิงคโปร์ที่ไปเที่ยวมาเลเซียกับออสเตรเลีย” ผมถาม พยายามเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดที่มีเข้าด้วยกัน

ตอนนี้ คนเริ่มเยอะขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยมาถึงกัน ในตอนแรก เราจะเดินเลียบลำธารกลับไปยังจุดจอดรถเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่เราเลือกเดินขึ้นเนินไปตามทางลูกรังแทน

ข้างบนมีบ้านแบบเดียวกับข้างล่าง แต่ขนาดใหญ่กว่าและดูเหมือนจะใช้งานอยู่ แตกต่างกับบ้านข้างล่างที่ไม่แน่ใจว่ายังมีคนอยู่หรือมีไว้ให้นักท่องเที่ยวดูเท่านั้น ข้างบนสุดเป็นวงเวียนที่มีบ้าน 4 หลังชนกันเป็นทางตัน ทุกบ้านติดป้าย “Private” กันไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปข้างในรั้ว มีบ้านหลังหนึ่งประกาศขายอยู่ ผมสงสัยว่าราคาขายเสนออยู่ที่เท่าไร และใครที่จะซื้อบ้านหลังนี้ไป


เราเดินย้อนกลับลงมา แล้วเดินเลียบลำธารกลับไปยังที่จอดรถ ตอนที่เราขึ้นรถ ฝนเริ่มลงเม็ดปรอย ๆ
“จะเดินต่อไหม?” ธีร์ถาม
“ข้างหน้ามีอะไร?” แม่ถามกลับ
“เป็นร้านกาแฟ” ธีร์บอกตามที่คนฮ่องกง/สิงคโปร์/มาเลเซีย/ออสเตรเลียบอก
“เราไม่ได้จะซื้ออะไรอยู่แล้ว” ผมพูด “ไปที่ต่อไปดีกว่า”

.
🏡 (3) Bourton-on-the-Water
📆 2026📍 Bourton-on-the-Water
สำหรับผม Bourton-on-the-Water เป็นเหมือน Bibury ที่ขยายใหญ่ขึ้น และมีความเป็นเมืองมากขึ้น บ้านเรือนเป็นตึกก่ออิฐขนาดไม่เกิน 2 ชั้น และมีลำธารตัดผ่าน แต่จำนวนต้นไม้ใบหญ้าลดลง ถูกแทนที่ด้วยอาคารและที่จอดรถ และมีผู้คนอยู่พลุกพล่านมากกว่าใน Bibury
ตอนแรก เราจะจอดรถที่ Coop ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เราตั้งใจจะมาเที่ยวไม่ไกลมาก แต่เมื่อเข้าไปในร้านและไม่รู้จะซื้ออะไร เราก็ขับออกมาและได้ที่จอดรถในลานจอดที่ดูเหมือนจะจัดไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว

หลังจ่ายค่าจอดรถแล้ว เราก็เดินไปตามซอยเพื่อไปที่ลำธาร ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวของเมือง น้ำในลำธารใสแจ๋ว มองเห็นพื้นลำธารได้ มีเป็ดว่ายอยู่เป็นระยะ ๆ และเด็กที่เป็นนักท่องเที่ยวหลายคนอดใจไม่ไหวเอามือจุ่มน้ำใส ๆ เล่นกันอย่างสนุกสนาน

เราเดินกันไปจนถึงร้านขายของฝากแห่งหนึ่ง แม่เห็นของฝากที่ทำเป็นรูปตู้โทรศัพท์สีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของอังกฤษก็รีบซื้อไว้ก่อน เพราะราคาไม่แพงเกินไป ใกล้ ๆ จุดนั้นมีร้านอาหารที่มี fish and chips ขายอยู่ ผมอยากจะเข้าไปลอง แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกหิวมากขนาดนั้น เราเดินกลับมาที่รถกัน



ในที่จอดรถมีห้องน้ำแบบจ่ายเงินอยู่ ข้างในเป็นห้องแคบ ๆ ที่มีโถส้วมและอ่างล้างมือขนาดเล็ก ระหว่างที่ผมฉี่อยู่ มีคนเปิดประตูเข้ามา
“ขอโทษที”
พอผมออกมาก็เจอชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ข้างหน้า
“ขอโทษที ผมเข้าไปแล้วไม่ได้ล็อกประตู” ผมพูด แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่า มีที่ล็อกหรือเปล่า เพราะผมเข้าใจว่า ถ้าจ่ายเงินแล้วเข้าไปแล้ว คนข้างนอกจะเปิดเข้าไปไม่ได้อีก
“จริง ๆ เราจ่ายครั้งเดียวก็ได้” แม่พูดตอนที่ผมไปถึงรถ
“มันไม่ได้ต้องจ่ายรายคนหรอ?” ผมถาม
“เขาก็ทำกัน” แม่หมายถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่ผมเจอ ซึ่งเรากำลังขับผ่านไปในตอนนั้น และเห็นผลัดกันเข้าห้อง เมื่อคนที่เข้าเสร็จแล้วก็เปิดประตูรอให้คนถัดไปเข้าต่อ
ผมไม่แน่ใจว่าหลักการคือยังไง แต่คิดว่าโดยทั่วไป เราน่าจะต้องจ่ายเงิน 1 ครั้งต่อ 1 คน
.
✍️ (4) Stratford-upon-Avon
📆 2026📍 Stow-on-the-Wold
Stow-on-the-Wold เป็นจุดหมายต่อไป
“เราจะลงไหม?” แม่ถามเมื่อมาถึงเมืองและกำลังมองหาที่จอดรถกัน
“มันมีอะไรบ้าง?” ผมถาม
“ก็เหมือน ๆ ที่ผ่านมา”
Stow-on-the-Wold มีบรรยากาศไม่ต่างกับ Bibury และ Bourton-on-the-Water นัก ด้วยอาคารตึก ๆ ก่ออิฐสีน้ำตาลอ่อน จะขาดไปก็แค่ลำธารที่ตัดผ่านเมืองเท่านั้น
“เฉย ๆ” ผมตอบ
“ไปที่ต่อไปเลยก็ได้” ธีร์เสริม
.
📆 2026📍 Stratford-upon-Avon
หลังจากอยู่ในเมืองเล็ก ๆ มาทั้งวัน Stratford-upon-Avon ก็ดูเป็นเมืองใหญ่เลยทีเดียว
เราจอดรถที่ Recreation Ground ซึ่งอยู่อีกฝั่งแม่น้ำของจุดที่เรากำลังจะไปเที่ยว
ตอนกำลังจ่ายค่าที่จอดรถ มีหญิงสูงอายุคนหนึ่งเดินมาต่อแถว และถามว่าเราต้องการความช่วยเหลือไหม
“เรากำลังคิดว่าจะอยู่นานขนาดไหน” ธีร์ตอบ “ปกติที่ประเทศเราไม่ต้องจ่ายก่อน แต่จ่ายตอนออก”
ผมจำไม่ได้แล้วว่าผู้หญิงคนนั้นตอบว่าอะไร
เราจ่ายเงินเสร็จก็เอาตั๋วมาวางไว้หน้ารถ แล้วก็ออกเดินเลียบแม่น้ำ Avon และข้ามสะพานไปยังอีกฝั่ง

มาถึงฝั่งตรงข้าม เราหยุดเพื่อยืนดูผู้หญิง 2 คนเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อนำเรือบ้านออกไปยังแม่น้ำที่ระดับน้ำต่างกับคลองที่เรือจอดอยู่
พ้นจากสะพานมาเป็น Bancroft Garden ซึ่งมีผู้คนอยู่เยอะ หลายคนใส่ชุดนักเรียน ซึ่งผมเดาว่าโรงเรียนเพิ่งจะเลิกเรียนกัน
“ป๊าไปไหนแล้ว?” ผมถาม เมื่อไม่เห็นพ่อแล้ว
“ไม่รู้เขา” แม่ตอบ
ผมจำไม่ได้ว่าธีร์เดินแยกไปอีกคนเมื่อไร แต่ผมเดินตามแม่ไปที่ห้องน้ำสาธารณะ ซึ่ง Google Maps บอกว่าอยู่ตรงข้ามกับสวน พอเราไปถึง ก็เจอว่าห้องน้ำปิดปรับปรุง
“ปิดอีก” แม่พูด
เพราะไม่รู้จะไปทางไหนต่อ เราเดินเลียบถนนไปตรงถึง McDonald’s ซึ่งผมชวนแม่เข้าไป เพราะคิดว่าน่าจะมีห้องน้ำให้เข้า
ข้างในร้านใหญ่โตกว่าที่ผมคิด อาจจะเป็นเพราะประตูที่เราเข้ามาเป็นประตูด้านข้าง ไม่ใช่ทางเข้าหลัก ทำให้ข้างนอกดูเหมือนเป็นร้านเล็ก ๆ
ข้างในร้านแบ่งพื้นที่นั่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมีเคาน์เตอร์สั่งอาหารคั่นกลาง เลยจากเคาน์เตอร์ไป มีบันไดที่พาขึ้นไปชั้น 2 และห้องน้ำซึ่งอยู่ชั้นบนสุด
“จะกินอะไรไหม?” ผมถามแม่เมื่อเข้าห้องน้ำกันเสร็จแล้ว
เรากดสั่งอาหารจากเครื่องสั่งด้วยตัวเองและเลือกให้พนักงานมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ธีร์กับพ่อตามมาสมทบที่ร้าน


“ทานให้อร่อยครับ” พนักงานพูดตอนที่มาเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะ
.
พอออกจาก McDonald’s เรามุ่งหน้าไปที่ Henley Street
ระหว่างทางเราเดินผ่าน Barclays ซึ่งเป็นธนาคารที่ผมใช้ตอนเรียนอยู่ที่นี่ และทำให้ผมนึกถึงครั้งสุดท้ายที่ไปธนาคารเมื่อ 7 ปีก่อน
.
📆 2019📍 Camden Town, London
ตอนนั้น ผมไปเพื่อปิดบัญชีธนาคารก่อนที่จะกลับเมืองไทย
“คุณอยากจะเก็บบัญชีไว้ไหม” พนักงานที่รับเรื่องถาม “ถึงคุณจะอยู่ต่างประเทศก็ยังใช้ได้”
ความคิดนั้นดูเข้าท่า ถ้าเก็บบัญชีไว้ ผมก็จะได้ดอกเบี้ยเงินเก็บเรื่อย ๆ แต่ผมเป็นห่วงเรื่องโดนแฮ็ก บัตรก้านว้านเคยถูกดูดข้อมูลและชาร์จเงิน 1 ปอนด์ทุก ๆ นาที ก้านว้านต้องโทรไปที่ธนาคารเพื่อยกเลิกบัตรและรายการจ่ายที่ผิดปกติ ถ้าผมเก็บบัญชีไว้ ผมจะต้องคอยเข้ามาดูว่ามีการเดินบัญชีผิดปกติหรือเปล่า
ที่สำคัญ คือ ผมไม่รู้ว่าจะกลับมาอังกฤษอีกไหม และกลับมาเพื่ออะไร เพราะตอนนั้นผมเรียนจบแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อในอนาคต
“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบ “ผมคิดว่าผมน่าจะไม่ได้กลับมาอีก”
.
📆 2026📍 Stratford-upon-Avon
“ถ้ายังเก็บบัญชีไว้ ก็จะใช้บัตรที่นี่ได้” ผมบอกธีร์ตอนที่เดินผ่าน Barclays และเข้าสู่ Henley Street

อาคารสองข้างทางที่นี่แตกต่างจากตึกอื่น ๆ ที่ผมเคยเห็น เพราะเป็นสไตล์ Tudor ซึ่งทำให้ผมนึกถึงบ้านแบบสวิตเซอร์แลนด์

มาถึงจุดหนึ่ง เราก็เห็นรูปปั้นของ Shakespeare ตั้งอยู่กลางถนนคนเดิน ถัดจากนั้นก็เป็นร้านขายหนังสือ Shakespeare และถัดไปอีกก็เป็นบ้านเกิดของ Shakespeare ซึ่งดูเหมือนจะถูกเก็บไว้ในสภาพเดิมตั้งแต่สมัยที่ Shakespeare ยังมีชีวิตอยู่


ตัวบ้านถูกกันออกจากถนนด้วยรั้วเหล็ก และเราไม่ได้เข้าไปข้างใน แต่เดินย้อนไปที่ร้านหนังสือแทน ซึ่งดูเหมือนจะมีทางเชื่อมไปยังบ้านของ Shakespeare อีกที
ผมยังไม่เคยอ่านงานของ Shakespeare และอยากรู้ว่าเป็นยังไง นอกจากงานเขียนต้นฉบับของ Shakespeare ข้างในร้านยังมีหนังสืออื่น ๆ ด้วย เช่น งานวิเคราะห์งานเขียนของ Shakespeare และงานเขียน Shakespeare ฉบับภาษาปัจจุบัน ผมลองหยิบมาดูเล่มหนึ่ง พอเจอภาษาอังกฤษแบบเก่าที่อ่านแทบไม่เข้าใจถ้าไม่มีคำแปล ผมก็ล้มเลิกที่จะหาซื้อมาอ่านและเดินออกจากร้านไป
“ไปที่ไหนต่อ?” ผมถามแม่ที่เป็นคนจัดแผนเที่ยว
“หมดแล้ว” แม่พูด “เว้นว่าจะไปดู Shakespeare’s New Place”
.
เรายังพอมีเวลาเหลือก่อนที่จะต้องกลับไปที่จอดรถ เราออกจาก Henley Street ตรงไปทาง Chapel Street ซึ่งมีอาคารแบบ Tudor เช่นกัน


ตอนที่เราไปถึง Shakespeare’s New Place ดูเหมือนจะปิดให้บริการแล้ว เพราะประตูหน้าปิดอยู่ แต่ยังมีคนอยู่ข้างใน เราได้แต่มองจากข้างนอกเข้าไป และดูเหมือนเราจะไม่ได้พลาดอะไรมากที่ไม่ได้เข้าไป

พอไม่มีอะไรแล้ว เราก็เดินย้อนไปทาง Bancroft Garden เพื่อจะกลับไปที่รถที่จอดอยู่ใน Recreation Ground

.
⚽️ (5) Manchester
📆 2026📍 Tesco somewhere
ตอนขึ้นรถ ฝนก็เริ่มตกและตกเรื่อยมาเกือบตลอดทางจนถึง Manchester
เราแวะที่ Tesco แห่งหนึ่ง เพื่อจะซื้อของกินสำหรับเย็นนี้และเช้าวันพรุ่งนี้

Tesco ที่นี่ใหญ่กว่าสาขาที่ผ่าน ๆ มาและมีของกินให้เลือกเยอะกว่ามาก
ธีร์ขอการ์ดสมาชิก Tesco จากเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่อังกฤษมาได้ ทำให้วันนี้ เราได้ส่วนลดไป 18 ปอนด์ หรือเท่ากับออกไปกินข้างนอกคนเดียวได้ 1–2 มื้อ
“บอกเพื่อนไปแล้วว่าให้รอรับพอยต์ได้เลย” ธีร์พูดตอนเรากลับขึ้นมาบนรถ “ส่งรูปของกินให้เพื่อนดู เพื่อนบอกให้เพลา ๆ กับ dairy บ้าง”
พ่อผมเป็นคนชอบกินนมกับชีสมาก ยิ่งเจอของราคาถูกก็ยิ่งห้ามใจยากเข้าไปใหญ่

.
📆 2026📍 Holiday Inn, Manchester
คืนนี้ เราพักที่ Holiday Inn เหมือนเมื่อวาน แค่เปลี่ยนสาขามาที่ Manchester เท่านั้น
เราได้ห้องแยกกัน 2 ห้อง ซึ่งมีห้องน้ำสำหรับคนพิการทั้งคู่ ทำให้ห้องน้ำใหญ่กว่าปกติ



พ่อกับแม่มากินข้าวด้วยกันที่ห้องผมกับธีร์ ผมกับแม่ตื่นเต้นกับสตรอว์เบอร์รีลูกใหญ่ที่รสหวานและเปรี้ยวกำลังดี


ตอนเข้านอน ฝนข้างนอกยังไม่หยุดตก เหมือนกับครั้งก่อนที่ผมมาที่นี่เมื่อ 8 ปีก่อน
.
📆 2018📍 Manchester
ครั้งก่อน ผมมา Manchester กับก้านว้านและพี่แอม เพื่อนชาวลาวที่เรียนห้องเดียวกัน เกือบตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นี่ ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
แม้จะไม่ใช่แฟนบอล แต่ครั้งก่อน ผมก็ไปเที่ยวสนามฟุตบอล Old Trafford และที่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูหนังในโรงตั้งแต่มาถึงอังกฤษ เราเลือกดูหนังรอบดึก ขึ้นรถไฟฝ่าฝนเพื่อไปดู Spider-Man: Into the Spider-Verse กัน

ผมคิดว่าจุดเปลี่ยนของชีวิตในอังกฤษเกิดขึ้นหลังกลับจาก Manchester
เรานั่งรถไฟกลับกัน ผมจำได้ว่าพกแล็ปท็อปไปด้วย ตั้งใจว่าระหว่างทาง จะเขียนรายงานเรื่อง emotional intelligence สำหรับวิชา Consulting Psychology ซึ่งคิดเป็น 100% ของเกรด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เขียนสักคำเพราะคิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไร
ในตู้โดยสารเดียวกับเรา มีหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งที่นั่งคุยกันเสียงดังมาตลอดทาง และเหมือนจะนั่งเลยป้ายที่ตั้งใจไว้ ทั้งคู่ต้องตัดสินใจว่าจะไปถึงสุดปลายทาง ซึ่งคือ King’s Cross ใน London หรือลงป้ายหน้าแล้วหาทางนั่งรถย้อนกลับไป

ผมจำไม่ได้ว่า เมื่อมาถึง London แล้ว ผมกลับไปที่ Ifor Evans ยังไง แต่เดาว่าคงเป็นรถไฟใต้ดิน เพราะเป็นการเดินทางที่ไม่ต้องกลัวว่าจะลงผิดป้ายเหมือนกับรถบัสสองชั้น
ที่ Ifor Evans ผมเดินขึ้นตึก Denys Holland มาพร้อมกระเป๋าเป้กันน้ำที่ผมใช้ตลอดเวลาที่อยู่อังกฤษ ไม่ว่าจะเรียนหรือเที่ยว และเจอกับ Sam Yong ที่เดินออกมาจากห้องตัวเอง ซึ่งอยู่ชั้น 1 ติดกับบันไดที่จะขึ้นไปชั้น 2 ที่ผมอยู่
“Ah, Shi, where have you been?” Sam Yong ถาม “I missed you, man. Everyone’s gone.”
ผมกับ Sam Yong เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่กลับบ้านในช่วงวันหยุดยาว ตอนนั้นเป็นช่วงปลายปี วันคริสต์มาสใกล้เข้ามาทุกที และคนส่วนใหญ่บินกลับประเทศกันไปหมด
ถึงตอนนั้น ผมยังไม่สนิทกับ Sam Yong มาก หลังจากเจอกันในงานเลี้ยงต้อนรับ เราก็ไม่ได้คุยกันอีก เพราะ Sam Yong โฟกัสกับการเรียน ผมจะเห็น Sam Yong นั่งกับเพื่อนชาวจีนในตอนเช้าเป็นครั้งคราวเท่านั้น
ผมจำไม่ได้ว่า Sam Yong พูดอะไรอีก แต่ Sam Yong ชวนผมไปกินข้าวเช้าด้วยกัน (ผมจำไม่ได้ว่าได้ตื่นไปกินไหม) ตั้งแต่วันนั้น ผมก็เริ่มสนิทกับ Sam Yong มากขึ้น และเพราะ Sam Yong เป็นคนกว้างขวางและรู้จักคนไปทั่ว ไม่ว่าจะกลุ่มชาวอินเดียและศรีลังกาที่อยู่ชั้นใต้ดิน เพื่อนชาวจีนที่อยู่ชั้น 1 และคนเกาหลีที่อยู่ชั้น 3 หรือเพื่อนจากประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ตึก Ifor Evans ก็รู้จักดีทั้งชื่อและสาขาที่แต่ละคนเรียนอยู่ ทำให้ผมได้ทำความรู้จักกับเพื่อนคนอื่น ๆ ไปด้วย และทำให้ช่วงเวลาในอังกฤษกลายเป็นหนึ่งในปีที่ดีสุดในชีวิตของผม ซึ่งผมยังจำได้ถึงทุกวันนี้
🚙 Day 04. Entering Scotland
🗓️ Date: Tuesday 02 June 2026
.
🌳 (1) Keswick
📆 2026📍 Tebay Services, Penrith
Manchester เป็นแค่ทางผ่าน หลังออกจากโรงแรมท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมา เรามุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อไป

เรามาจอดพักสั้น ๆ ที่พักกลางทางแห่งหนึ่ง บรรยากาศโดยรอบที่เป็นพื้นที่สีเขียวเปิดโล่งที่มีหมอกปกคลุม อากาศหนาวเพราะมีฝนตก แต่ก็ไม่หนาวจนเกินไป ท้องฟ้าที่มีแต่เมฆสีเทาอ่อนปกคลุม ทำให้ผมนึกถึงครั้งก่อนที่มาเที่ยวสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทริปที่ผมชอบที่สุดตอนเรียนที่อังกฤษ


.
📆 2026📍 Ashness Bridge, Keswick
เราขับขึ้นเหนือต่อมาจนถึง Ashness Bridge ซึ่งมีความกว้างเกือบพอดีกับรถเช่าของเรา
“ช่วยดูหน่อย” พ่อพูด ค่อย ๆ พารถขึ้นบนสะพานหินที่น่าจะออกแบบไว้ให้พอกับรถม้าในสมัยก่อน ไม่ใช่รถครอบครัวขนาดใหญ่ของสมัยนี้
“ซ้ายเหลือ” ธีร์พูด
หน้าต่างห้องโดยสารด้านหลังเปิดออกไม่ได้ แต่จากมุมที่ผมนั่งอยู่ ระยะห่างระหว่างรถและสะพานน่าจะเหลือแค่ไม่กี่นิ้วเท่านั้น

ถัดจากสะพานมาไม่ไกล ก็มีที่จอดรถที่มีรถจอดอยู่ 2–3 คัน ไม่มีวี่แววของเจ้าของรถสักคัน
พอจอดรถเสร็จ เราเดินไปที่ตู้จ่ายเงิน นอกจากบัตรสมาชิกแล้ว ตู้ก็ไม่รับอย่างอื่นนอกจากเงินสดแบบหยอดเหรียญเท่านั้น

“เอายังไง?” พ่อถาม
ถึงตอนนี้ เรายังไม่ได้ใช้เงินสดกันเลย ทำให้ไม่มีเหรียญติดตัวกันสักคน
“เราจะอยู่ที่นี่นานไหม?” ผมถาม
“มันก็มีสะพานที่ผ่านมา” แม่ตอบ
เราเดินออกไปบนถนน นอกจากนักปั่นจักรยานที่ขี่ผ่านไป ก็ไม่มีใครอื่น ป่าและภูเขารอบด้านดูเงียบสงบ

เราสลับกันเดินไปดูสะพาน ผมกับธีร์ไปก่อน เราเดินย้อนไปที่สะพาน ถ่ายรูปสะพานจากทั้ง 2 ฝั่งก่อนจะเดินกลับมา

“ระวังลื่นนะ” ผมบอกแม่ตอนกลับมา เพราะแม้ฝนจะหยุดแล้ว แต่หินและพื้นดินยังเปียกชุ่มอยู่
.
📆 2026📍 Surprise View, Keswick
เราขึ้นรถและขับต่อไปที่จุดชมวิวที่มองออกไปเห็นทะเลสาบ Derwentwater ที่มีป่าเขาที่ล้อมรอบเอาไว้
ที่นี่ ตู้จ่ายเงินรับแต่บัตรสมาชิกหรือเงินสดเช่นกัน เรารีบถ่ายรูป ชมวิว และกลับมาขึ้นรถ ตอนนั้น ฝนลงเม็ดอีกครั้ง



.
🍤 (2) Fish n Chips
📆 2026📍 Keswick
เราขับย้อนมาทาง Ashness Bridge และลงจากเขาเพื่อเข้ามาในเมืองและจอดรถในที่จอดกลางเมือง ครั้งนี้ เราจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตได้
อากาศในเมืองอุ่นกว่าบนเขา และทำให้ผมรู้สึกร้อนขึ้นมาเล็กน้อย จากที่จอดรถ เราเดินไปที่ร้าน Old Keswickian ซึ่งแม่บอกว่าเป็นร้าน fish and chips ที่จะต้องมาลองให้ได้
ร้านเป็นตึก 2 คูหา ฝั่งซ้ายปิดเงียบสนิท และมีป้ายบอกให้ใช้ประตูอีกฝั่ง ส่วนฝั่งขวาที่ประตูเปิดอยู่ก็มีป้ายระวังพื้นลื่นวางกั้นไว้

“ขอโทษนะครับ” พ่อถามพนักงานที่อยู่ข้างใน “ร้านเปิดไหมครับ?”
“อ๋อ เดินขึ้นไปข้างบนได้เลย” พนักงานตอบ เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เพื่อเอาป้ายที่ขวางประตูออก
“ขอบคุณครับ”
เราเดินขึ้นไปข้างบน ซึ่งมีพนักงานหญิงยืนรอต้อนรับอยู่หลังเคาน์เตอร์
“สี่ที่ครับ” ธีร์พูด
“ทางนี้เลย” พนักงานชี้ไปที่โต๊ะที่อยู่ติดกับเคาน์เตอร์
ชั้น 2 ของร้านแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งปิดให้บริการ ส่วนอีกฝั่งเป็นส่วนที่เปิดให้เราเข้ามานั่งได้

พนักงานนำเมนูมาให้ที่โต๊ะ เป็นกระดาษเคลือบพิมพ์ 2 หน้า อาหารจานหลักประกอบด้วย fish and chips, สเต็ก, ไส้กรอก, และเบอร์เกอร์


เราสั่ง fish and chips มา 2 ที่ (เป็นปลาทอด 1 ที่ และนึ่ง 1 ที่) พร้อมกับพายเนื้อ 1 ที่ และซุป 1 ที่
อาหารรอไม่นานก็ทยอยมาเสิร์ฟทีละจาน แต่ละจาน (ยกเว้นซุป) มาพร้อม เฟรนช์ฟรายกองโตที่ทำเอาจุกทีเดียว


“ดีกว่าที่ Dover เยอะ” ธีร์พูด หมายถึง fish and chips ของวันแรกที่เรามาถึงอังกฤษ ซึ่งธีร์ต้องเติมน้ำส้มสายชูเข้าไปเพื่อให้มีรสชาติกินได้
.
(3) Catbells
ตอนที่เรากลับออกมานอกร้าน ท้องฟ้าเปิดโล่งและมีแดดออกเหมือนฝนไม่ได้ตกมาก่อน


.
📆 2026📍 Catbells, Keswick
เราขับไปที่ Catbells ซึ่งเป็นเขาสูง 451 เมตร เราขับวนหาที่จอดรถอยู่สักพัก แต่ไม่เห็นที่ที่จะจอดได้ ระหว่างทางมีรถจอดอยู่หลายคัน ซึ่งมีใบสั่งติดอยู่หน้ากระจก เพราะเป็นจุดห้ามจอด
เราขับมาจนถึงที่จอดที่ไม่ไกลจากทางขึ้น Catbells มากนัก พ่อจอดรถขนานและลงเดินไปตามถนนเลนเดียว ระหว่างที่พ่อไม่อยู่มีชาวอังกฤษ 2 คนที่ดูเหมือนเพิ่งจะเดินเขาเสร็จเดินสวนทางมา
“คุณกำลังจะจอดรถหรือเปล่า?” หนึ่งในนั้นถาม “ผมกำลังจะออก ขอเวลาผมแป๊บหนึ่ง”
ตอนนั้น มีรถอีกคันเพิ่งขับเข้ามา และมีชาวอังกฤษกลุ่มใหญ่เดินลงมาจากเขา กลุ่มนี้เดินไปบอกคนในรถให้รอเช่นกัน
พอรถของคนที่เดินเขาเสร็จแล้วออกไปแล้ว พ่อก็เอารถเข้าซองที่วางอยู่ แล้วเราก็ออกเดินไปที่ทางขึ้น Catbells
.
แม้แดดจะออก แต่อากาศก็ยังเย็นสบาย เหมาะกับเดินเขามาก

ที่ทางขึ้น พ่อกับแม่เดินนำขึ้นไปก่อน ผมกับธีร์ยืนถ่ายรูปอยู่ข้างล่าง
ตอนที่ผมกำลังถ่ายรูปทางขึ้นอยู่ ก็มีชายสูงวัย ซึ่งผมประมาณว่าน่าจะอายุไม่ต่ำกว่า 60 เดินมาพอดี
“ระวัง” ธีร์พูด
“ขอโทษครับ” ผมพูดแล้วเปิดทางให้ชายชรา
“ตรงนี้เป็นทางเดิน ไม่ใช่ไว้ถ่ายรูป” ชายชราพูด
“ผมเข้าใจ” ผมตอบ
“ทางมีไว้เดิน ก็อย่าถ่ายรูปอย่างเดียวแล้วโพสต์ลงโซเชียลแล้วบอกว่ามาถึงทั้งที่ยังไม่ได้นะ”
“อ๋อ ไม่อย่างแน่นอนครับ” ผมพูดพร้อมกับหัวเราะ
“ตอนแรกนึกว่าโดนดุแล้ว” ธีร์พูดหลังจากที่ชายชราเดินนำขึ้นเขาไปแล้ว
“คิดเหมือนกัน” ผมตอบ ยังไงก็ไม่คุ้นกับการพูดติดตลกของคนอังกฤษอยู่ดี

.
ทางเดินค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ

ยิ่งสูงก็ยิ่งเห็นวิวรอบข้างที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น


ระหว่างทางเราหยุดถ่ายรูปเป็นระยะ ๆ จนมีกลุ่มชาวเอเชีย 3 คนที่เดินตามหลังไล่มาทัน
“ถ่ายรูปให้ไหมครับ?” ธีร์ถามทั้ง 3 คน
“ดีเลย” หนึ่งในนั้นตอบ
“อยากให้ถ่ายรูปกลุ่มให้บ้างไหม?” หนึ่งในนั้นถามหลังจากเราถ่ายรูปให้แล้ว
ผมยื่นมือถือให้เพื่อให้ถ่ายรูปหมู่ให้เรา 4 คน

.
ทั้งเราและกลุ่มชาวเอเชียสลับกันเดินนำ เพราะต่างคนต่างหยุดถ่ายรูปกันเป็นระยะ ๆ ใครถ่ายรูปเสร็จก่อนก็นำไปก่อน ใครถ่ายช้าก็ถูกแซงไป






ทางเดินที่เป็นทางลูงรังทอดยาวมาจนถึงจุดที่เป็นเขาลาดชันขึ้นและทางขึ้นเต็มไปด้วยหิน เราต้องหาทางปีนขึ้นไปเอง เพราะไม่มีทางที่เตรียมไว้ให้เฉพาะ

ระหว่างทาง ผมกับธีร์ผลัดกันดูแม่ซึ่งใส่กระโปรงมาในวันนี้ และพ่อที่ช่วยถูกไฟเซลฟีให้กับแม่
ถึงจุดหนึ่ง มีชายชาวอังกฤษปีนสวนลงมาและหยุดพักในจุดเดียวกับเรา
“ฉันน่าจะแก่เกินแล้ว” เขาพูด
“ไม่หรอก” ธีร์ตอบ
พอชายคนนั้นออกเดินอีกครั้ง ก็ลื่นหินก้อนเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้เท้า และทำให้ไม้ปีนเขาที่เสียบไว้กับกระเป๋าหล่นลงมา
“คุณทำตก” ผมพูด
“น่าจะเป็นสัญญาณว่าต้องใช้แล้วละ” เขาพูด แล้วก็หยิบไม้มาถือไว้ในมือเพื่อใช้ช่วยยันตัวเวลาลงเขา
“ทำไมเขาไม่ปรับให้ไม้ยาวขึ้นนะ?” ผมสงสัย “จะลงง่ายกว่านี้”
.
เราใช้เวลาสักพักกว่าจะขึ้นถึงยอด


ตอนแรกผมนึกว่าที่นี่เป็นปลายทางสุดท้ายแล้ว แต่พอมองเลยไป ยังเห็นว่ามีทางเดินต่อไปอีก
ผมอยากจะเดินต่อ แต่พ่อเห็นเมฆฝนลอยอยู่บนฟ้า ก็อยากจะกลับก่อนที่ฝนจะมาถึง เราเลยหยุดกันแค่นี้


ลมข้างบนนี้แรงกว่าข้างล่างมาก แรงพอที่จะทำให้คนปลิวได้ ระหว่างรอทุกคนถ่ายรูป แม่ยืนเกาะกับเสาที่เป็นแลนด์มาร์กไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองล้ม

ผมไม่รู้เลยว่า ลมข้างบนแรงผิดปกติแค่ไหนจนกระทั่งลงมาข้างล่างแล้วเสียงลมที่ดังอยู่ตลอดเวลาเงียบลงในทันที
“ข้างบนมันเป็นลม drag เหมือนลมหมุน” ธีร์บอก ทำให้ผมนึกภาพว่าลมข้างบนเป็นลมหมุนเหมือนน้ำในเครื่องปั่นผลไม้
.
เหมือนกับตอนขาขึ้น เราต้องหาทางปีนลงข้างล่างเอง และครั้งนี้ท้าทายกว่า เพราะมีแรงโน้มถ่วงที่จะทำให้เราล้มหรือลื่นได้ทุกเมื่อ

ระหว่างทาง เราแยกกันเป็น 2 กลุ่ม ผมไปทางหนึ่งกับแม่ และธีร์ไปอีกทางกับพ่อ



เรามาเจอกันที่ทางเลี้ยวที่มีรั้วไม้กั้นและมีชาวอังกฤษ 2 คนยืนพักอยู่แล้ว
“เจอกันอีกแล้ว” หนึ่งในนั้นพูด
“ใช่แล้ว” พ่อตอบ ผมจำไม่ได้ว่าเราเจอกันเมื่อไร อาจจะเป็นระหว่างที่พ่อกับแม่แยกกันเดิน ทำให้ผมไม่ได้เจอกับผู้หญิงคนนี้
“พวกคุณมาจากไหนกัน?” ผู้หญิงคนนั้นถามต่อ
“เมืองไทย” พ่อตอบ
“โอ้ ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นคนญี่ปุ่น” พูดแล้วก็หัวเราะ
“แล้วพวกคุณมาด้วยกัน” ผู้หญิงคนนั้นพูด “ส่วน 2 คนนี้ก็คือลูกชาย” หันมาทางผมกับธีร์
“ใช่แล้ว”
“งั้นคุณก็แต่งงานกันแล้ว?”
ทุกคนหัวเราะ แต่เหมือนผู้หญิงคนนั้นจะไม่เข้าใจเลยหันไปหาธีร์ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
“อันนี้คือใช่หรือไม่ใช่?”
“ใช่ครับ” ธีร์ตอบ
“แล้วมาเที่ยวกันกี่วัน? เที่ยวที่ไหนมาแล้วบ้าง? แล้วจะไปเที่ยวที่ไหนกันต่อ?”
เราบอกว่า มาเที่ยว 10 วัน ขับรถกันมาตั้งแต่ Dover, Bath, และ Manchester แล้วก็ที่นี่ เราจะขับขึ้นเหนือเพื่อไป Isle of Skye ในสกอตแลนด์กัน
“ไปไกลมาก” ผู้หญิงคนนั้นพูด “ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ”
.




กลับมาถึงรถ เราก็ขับออกมา ระหว่างทางก็เจอกับผู้หญิงคนที่ยืนคุยกับเรากำลังเดินไปตามถนน
“อยากให้ไปส่งไหม?” ธีร์เปิดกระจกถาม
“โอ้” ผู้หญิงคนนั้นอุทาน “ไม่เป็นไร รถฉันอยู่ข้างหน้านี่เอง”
“โอเค โชคดีนะครับ”

.
🥢 (4) Glasgow
📆 2026📍 Tesco somewhere
ขึ้นรถมาได้ไม่นาน ผมก็หลับไป ตื่นมาอีกที เราก็อยู่ที่ Tesco แล้ว
ภายนอกที่นี่ดูไม่ใหญ่เท่ากับที่ Manchester แต่ข้างในก็กว้างและมีของกินให้เลือกเยอะพอควร
แม่บอกให้ซื้อของไว้สำหรับมื้อเช้า 2 วัน เพราะไม่รู้ว่าในวันต่อไป เราจะหาซื้ออะไรได้บ้าง เราเลือกซื้อของแบบวันก่อน คือ meal deal ที่เลือก sandwich หรืออาหารหลักอื่น เช่น มักกะโรนี ได้ 1 อย่าง พร้อมกับเครื่องดื่มและขนมหรือผลไม้ 1 อย่าง ซึ่งทำให้เรามีของกินไว้เลือกสลับกินได้ทีหลัง
.
📆 2026📍 Braehead Shopping Centre, Renfrew
หลังจาก Tesco เราไปที่ห้าง Braehead เพื่อหามื้อเย็นกินกัน ระหว่างทาง ผมเห็นป้ายที่บอกให้รู้ว่า เราอยู่ใน Glasgow แล้ว ซึ่งหมายความว่า เราอยู่ในสกอตแลนด์แล้ว

ผมยังอยากกินอาหารฝรั่งอย่างพิซซ่าอยู่ แต่พ่อกับแม่อยากจะกินอาหารจีน เราเลยไปที่ร้าน Chopstick ที่เลือกเส้นหรือข้าวพร้อมกับข้าวได้ ธีร์ช่วยสั่งข้าวมา 1 ที่และเมนูเส้นมาอีก 1 ที่สำหรับเรา 4 คน
“ถ้าตอบ ‘No’ เฉย ๆ ดู rude ไปไหม?” ธีร์ถามตอนที่เรามานั่งที่โต๊ะ “ตอนเขาถามว่า เอาอะไรเพิ่มไหม แล้วตอบ ‘No’ เขาดู stunted ไป”
ผมนึกย้อนถึงตอนสั่งอาหาร พอธีร์ตอบว่าไม่คำเดียว พนักงานไม่ได้ถึงกับนิ่งไป แต่ก็ไม่ได้ตอบกลับมาทันเช่นกัน พนักงานตอบกลับมาว่า “That’s alright.”
“คิดว่าไม่” ผมตอบ เพราะพนักงานดูเหมือนจะไม่ได้ติดใจอะไร “แต่ถ้าอยากให้ไม่ห้วนไป อาจจะพูดเพิ่ม เช่น ไม่เอาเพราะกินไม่ไหวแล้ว”
มื้อนี้คนกินหลักเป็นพ่อกับแม่ แม้จะเย็นแล้ว แต่ผมยังไม่รู้สึกหิว และหลังจากไปเนปาลมา ผมยังเบื่อเส้นกับข้าวอยู่เลย
.
📆 2026📍 Golden Jubilee Conference Hotel, Clydebank
ตอนมาถึงโรงแรม ผมนึกว่าเรามาผิดที่ เพราะป้ายด้านหน้าเขียนว่าเป็นโรงพยาบาล เพราะโรงแรมตั้งอยู่ในรั้วเดียวกับ Golden Jubilee National Hospital
พ่อจอดรถหน้าล็อบบีเพื่อให้เราขนของลง จากนั้นก็ขับรถไปจอดในที่จอดรถ เราได้ห้องแยกกัน 2 ห้องซึ่งอยู่กันคนละชั้น และเหมือนเมื่อวาน ในห้องมีห้องน้ำสำหรับคนพิการ เลยมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ และทำให้ผมเริ่มสงสัยว่า พ่อตั้งใจจองห้องแบบนี้หรือทางโรงแรมจัดให้เองกันแน่



.
แม้จะ 3 ทุ่มกว่าแล้ว แต่ท้องฟ้าก็ยังสว่างเหมือนกับ 5 โมงเย็นอยู่ ธีร์กับแม่ชวนทุกคนลงไปเดินชมวิวข้างล่าง เพราะโรงแรมอยู่ติดกับแม่น้ำ
อากาศข้างนอกหนาวและมีลมแรง เรามองเห็นวิวแม่น้ำได้ไม่เต็มที่ เพราะมีรั้วกั้นอยู่

เราเดินวนรอบโรงแรม จากประตูทางออกด้านหลังวนกลับมาที่ล็อบบี จากนั้นก็แยกย้ายกันขึ้นห้องไป

🚶 From Cold Sun Walk
ครั้งหนึ่ง ผมเคยเดินไปตามถนนใน London ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านและแสงแดดอันอบอุ่นที่สาดส่องจากท้องฟ้าฤดูหนาว
ผมตั้งชื่อเพลย์ลิสต์ของวันนั้นว่า Cold Sun Walk
และนี่คือเพลงหนึ่งในเพลย์ลิสต์นั้น
Note: ดูเพลงทั้งหมดในเพลย์ลิสต์
⏭️ Next Episodes
อ่านตอนต่อไป:
- UK Again, Ep 3 (coming soon)
- UK Again, Ep 4 (coming soon)
- UK Again, Ep 5 (coming soon)
อ่านบทความตอนที่แล้ว:
