Tag: PEACE

  • Learning Happiness: สรุป 4 กลุ่มแนวคิดในการสร้างความสุข จากหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant โดย Eric Jorgenson — What Is Happiness, Components, Antitheses, และ How to Develop Happiness

    Learning Happiness: สรุป 4 กลุ่มแนวคิดในการสร้างความสุข จากหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant โดย Eric Jorgenson — What Is Happiness, Components, Antitheses, และ How to Develop Happiness

    The Almanack of Naval Ravikant เป็นหนังสือของ Eric Jorgenson ที่รวบรวมปรัชญาการสร้างความมั่งคั่ง (wealth) และความสุข (happiness) ของ Naval Ravikant นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในบริษัทอย่าง Uber, Foursquare, และ Twitter (X)

    ในบทความนี้ ผมจะมาสรุปข้อคิดในบทเรียน Learning Happiness ซึ่งเป็นบทที่ 3 จาก 5 ในหนังสือกัน โดยบทความจะแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่:

    1. What is happiness?: happiness คืออะไร?
    2. Components of happiness: happiness ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
    3. Antitheses of happiness: มีอะไรที่ขัดขวาง happiness บ้าง?
    4. Developing happiness: แนวทางในการพัฒนา happiness

    ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย


    หน้าปกหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant บน Amazon

    1. ☺️ What Is Happiness?
      1. 🪛 Happiness as Skill
      2. 🥠 Happiness as Choice
    2. 📦 Components of Happiness
      1. 🧘 Presence
      2. 🕊️ Peace
    3. 🙅‍♂️ Antitheses of Happiness
      1. 💋 Desires
      2. 🏆 Success
      3. 🏙️ “Should”
      4. 🤩 Jealousy
    4. 💪 Developing Happiness
      1. 🚵 Build the Right Habit
      2. 🥳 Recommended Habits
      3. 😉 Acceptance
    5. 🌻 Summary
    6. 🔥 Get The Almanack of Naval Ravikant

    Notes:

    • เมื่อเราศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับความสุขของ Naval ดี ๆ เราจะเห็นว่า มีหลายแนวคิดที่มาจาก Buddhism ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะ Naval ศึกษา Buddhism และสกัดมาเฉพาะส่วนที่มาปรับใช้ได้จริง (เช่น การนั่งสมาธิ) และตัดส่วนที่พิสูจน์ได้ยาก (เช่น กฎแห่งกรรม การเกิดใหม่) ออกไป
    • Naval เรียกแนวคิด Buddhism ที่สกัดมาแล้วว่า Rational Buddhism

    ☺️ What Is Happiness?

    Happiness is a choice you make and a skill you develop.

    — Naval Ravikant

    Happiness ในมุมของ Naval เป็นได้ 2 อย่าง:

    1. Skill
    2. Choice

    .

    🪛 Happiness as Skill

    Maybe happiness is not something you inherit or even choose, but a highly personal skill that can be learned, like fitness or nutrition.

    — Naval Ravikant

    มุมมอง happiness ของ Naval ค่อนข้าง practical

    Naval มองว่า happiness เป็นทักษะส่วนบุคคล ซึ่งหมายความว่า เราสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้

    ถ้าเราอยากมี happiness มากขึ้น เราแค่ต้องการพัฒนาทักษะ “ความสุข” ให้ดีขึ้น

    .

    🥠 Happiness as Choice

    Happiness, love, and passion … aren’t things you find—they’re choices you make.

    — Naval Ravikant

    Naval มองว่า happiness เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องส่วนบุคคล (personal) และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

    แต่ละคนนิยามความสุขแตกต่างกัน และไม่มีนิยามไหนที่จะตอบโจทย์ของทุกคนได้

    ความสุขขึ้นกับการเลือกตีความความสุขของเราเอง

    ยกตัวอย่างเช่น Naval มองว่า ความสุขคือการที่เราไม่มีความอยาก ไม่รู้สึกว่าชีวิตขาดหายอะไรไป มีสติอยู่กับปัจจุบัน และมองเห็นโลกอย่างที่เป็น


    📦 Components of Happiness

    You can literally destroy your happiness if you spend all your time living in delusions of the future.

    — Naval Ravikant

    สำหรับ Naval ความสุขเกิดมาจาก 2 อย่าง:

    1. Presence
    2. Peace
    Happiness = Presence + Peace
    

    .

    🧘 Presence

    It’s something you can achieve moment to moment.

    — Naval Ravikant

    Presence หมายถึง การอยู่กับปัจจุบัน

    ปัจจุบัน คือ ทุกสิ่งที่เรามี ณ เวลาหนึ่ง

    ทุกชั่วขณะ จิตใจของเรามักคิดถึงไม่อนาคตก็อดีต ทำให้เราไม่ได้อยู่ในปัจจุบันอย่างแท้จริง

    ถ้าเราฝึกตัวเองให้อยู่กับปัจจุบันได้ เราก็จะเจอกับความสุข

    .

    🕊️ Peace

    You’ll notice that when I say happiness, I mean peace.

    — Naval Ravikant

    Peace หรือความสงบในจิตใจ เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อจิตใจไม่มีความกังวล (anxiety) เพราะเราไม่ได้มองหาสิ่งถัดไปที่จะทำให้เรามีความสุข

    Peace จะเกิดขึ้นเมื่อเราอยู่กับปัจจุบันอย่างที่เป็น

    เมื่อเรามีความสงบ เราก็จะเจอความสุข

    Naval มองว่า peace และ happiness เป็นสิ่งเดียวกัน:

    • Peace เป็นต้นกำเนิดของ happiness และ happiness เป็นผลพลอยได้ของ peace
    • Happiness คือ peace ที่ไม่หยุดนิ่ง
    • Peace คือ happiness ที่หยุดนิ่ง

    จะมีความสุขได้ เราต้องมีความสงบ และเราจะสงบได้ เราก็ต้องอยู่กับปัจจุบัน

    Presence -> Peace -> Happiness
    

    🙅‍♂️ Antitheses of Happiness

    Naval มองว่า สิ่งที่ขัดขวาง happiness มีอยู่ 4 อย่าง ได้แก่:

    1. Desire
    2. Success
    3. “Should”
    4. Jealousy

    .

    💋 Desires

    I think the most common mistake for humanity is believing you’re going to be made happy because of some external circumstances.

    — Naval Ravikant

    Desire คือ การที่เราเชื่อว่า ความสุขเกิดจากการครอบครองอะไรบางอย่าง เช่น ได้มือถือใหม่ มีเงินมากขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้น

    Desire ทำให้เราไม่มีความสุข เพราะเราจะสุขได้ก็ต่อเมื่อเราได้สิ่งที่เราต้องการ แต่ในระหว่างนั้น เราจะมีแต่ความทุกข์

    ตราบใดที่เรายังมี desire เราจะไม่มีความสุข

    Desire is a contract you make with yourself to be unhappy.

    — Naval Ravikant

    .

    🏆 Success

    Happiness is being satisfied with what you have.

    Success comes from dissatisfaction. Choose.

    — Naval Ravikant

    Success ไม่เท่ากับ happiness

    Naval มองว่า happiness เกิดจากภายใน และการมองหาความสำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งนอกกาย ไม่สามารถจะเติมเต็มความสุขได้

    Naval มองเช่นนี้ เพราะหลังจากประสบความสำเร็จทั้งในด้านทรัพย์สินและสังคม Naval เห็นว่าตัวเองและคนอื่น ๆ ที่มีชีวิตแบบเดียวกันก็ไม่ได้ดูมีความสุขเท่าไร

    ความสำเร็จมาพร้อมกับความทุกข์ ซึ่งขัดกับความสุข เราต้องเลือกว่า เราต้องการมองหาความสำเร็จหรือความสุข

    นอกจากนี้ Naval มองว่า ความสำเร็จที่แท้จริง คือ การที่เรารู้ว่าจะหยุดเมื่อไร เพราะเมื่อเราเล่นเกมชีวิตมามากพอและปลดปล่อยตัวเองออกจากเกมได้ เราก็จะมีความสุขเมื่อนั้น

    If you could just sit for thirty minutes and be happy, you are successful. That is very powerful place to be, but few of us get there.

    — Naval Ravikant

    .

    🏙️ “Should”

    The enemy of peace of mind is expectations drilled into you by society and other people.

    — Naval Ravikant

    เวลาเราบอกว่า เรา “ควร” ทำอะไร (เช่น เรา “ควร” จะออกกำลังกาย เรา “ควร” ทำตัวให้ดูดี) สิ่งนั้นมักเป็นสิ่งที่สังคมหรือคนอื่นต้องการจากเรา

    สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่สิ่งที่เรา “ต้องการ” และทุกครั้งที่เราทำสิ่งที่ “ควร” เรากำลังต่อสู้กับตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการ แทนที่จะทำสิ่งที่เราต้องการ

    ถ้าเราอยากจะมีความสุข เราควรลดสิ่งที่เราคิดว่า “ควร” ทำ และใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดไปกับสิ่งที่เรา “ต้องการ” ทำมากกว่า

    .

    🤩 Jealousy

    … at the end of the day, you’re no better off with jealousy.

    — Naval Ravikant

    อีกอุปสรรคที่ขัดขวางความสุขของเรา คือ ความอิจฉา (jealousy)

    เมื่อเราอิจฉาใครสักคน เรากำลังต้องการบางสิ่งบางอย่างที่เขามีแต่เราไม่มี

    ความอิจฉาทำให้เราทุกข์ แต่ไม่ว่าเราจะอิจฉาสักขนาดไหน คนที่เราอิจฉาก็ยังมีดีกว่าเราอยู่ดี

    Naval แนะนำการจัดการความอิจฉาดังนี้:

    ให้คิดว่า ถ้าเราอยากจะมีบางอย่างเหมือนกับใครสักคน (เช่นหน้าตา) เราจะเลือกแค่สิ่งนั้นไม่ได้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นร่วมกัน ถ้าเราอยากได้หน้าตา ก็ต้องได้ทั้งร่างกาย บุคลิกภาพ ความคิด ความทรงจำ ความเจ็บ ความทุกข์ ความสามารถของคนคนนั้นมาด้วย

    คำถาม คือ เราต้องการจะเป็นคนคนนั้นจริง ๆ ไหม? เราพร้อมที่จะสละความเป็นตัวเราเพื่อได้สิ่งเดียวที่เขามีหรือเปล่า?

    Naval บอกว่า เมื่อคิดอย่างนี้แล้ว จะช่วยให้เราหายอิจฉาคนอื่นได้


    💪 Developing Happiness

    You can increase your happiness over time, and it starts with believing you can do it.

    — Naval Ravikant

    เพราะ happiness เป็นทักษะที่เรียนรู้ได้และเป็น choice ที่เราเลือกได้ เราสามารถสร้างความสุขได้ด้วยการมี habit ที่ดี

    เราสามารถสร้าง habit ที่ดีได้ดังต่อไปนี้

    .

    🚵 Build the Right Habit

    You choose to be happy, and then you work at it.

    — Naval Ravikant

    เราสร้าง habit ใหม่ได้ใน 7 ขั้นตอน:

    1. Goal: เลือกสิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงมา 1 อย่าง
    2. Plan: วางแผนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
    3. Identify needs and triggers: ระบุความต้องการและสิ่งกระตุ้น (trigger) เพื่อที่เราจะได้จัดการสิ่งเหล่านี้ได้
    4. Find substitutes: มองหากิจกรรมหรือพฤติกรรมทดแทน เช่น สำหรับคนที่อยากเลิกสูบบุหรี่ อาจจะอมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อไม่ให้ปากว่าง
    5. Tell your friends: บอกเพื่อน เพื่อจะได้เป็นพยานที่ทำให้เราทำตามเป้าหมาย
    6. Track progress: ติดตามผลการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและไม่ลดละ
    7. Learn through trial and error: ลองผิดลองถูกและปรับแผนตามหน้างาน

    .

    By doing them rigorously, I’ve managed to increase my happiness level quite a bit.

    — Naval Ravikant

    Naval แนะนำ 9 habits ที่เราควรมี และ 4 habits ที่เราควรหยุดทำ

    Habits ที่ควรทำ:

    1. Meditate
    2. มีสติอยู่กับปัจจุบัน
    3. มีสติกับ judgment ของตัวเอง เพราะถ้าเราไม่ตัดสินโลก เราก็จะมีความสุขมากขึ้น
    4. มีสติกับ desires ของตัวเอง
    5. มองโลกในแง่บวก
    6. ออกกำลังกายทุกวัน
    7. เวลาอารมณ์ไม่ดี ให้ reset อารมณ์ด้วยการนั่งสมาธิ ฟังเพลง หรือออกกำลังกาย แล้วหากิจกรรมใหม่ทำเพื่อ channel อารมณ์ไปที่อื่น
    8. บอกเพื่อน ๆ ว่า เรา happy เพราะเราจะถูกบังคับให้ทำตามที่พูด
    9. Track เวลาว่า ใช้ไปกับ “สิ่งที่ควรทำ” กับ “สิ่งที่ต้องการทำ” เท่าไรบ้าง

    Habits ที่ควรหยุดทำ:

    1. ดื่ม caffeine
    2. มี screen time เยอะ
    3. มีความลับ
    4. ใช้เวลากับคนที่ไม่มีความสุขหรือคนที่คอยหาความขัดแย้ง (conflict) ใส่ตัว

    .

    😉 Acceptance

    The reality is life is a single-player game. You’re born alone. You’re going to die alone.

    — Naval Ravikant

    สุดท้าย เราสามารถสร้างความสุขได้ผ่าน acceptance หรือการยอมรับชีวิตในแบบที่เป็น

    ทุกครั้งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง นั่นหมายถึง เรากำลังมี desire และ desire มาพร้อมกับ unhappiness

    นี่ไม่ได้หมายความว่า เราต้องปล่อยความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต แต่ถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงอะไร เราควรโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญทีละอย่าง เพราะเมื่อโฟกัสแล้ว เราจะอยู่กับปัจจุบันได้ง่ายขึ้น และคิดได้ทะลุปรุโปร่งมากขึ้น

    When you look at your death and you acknowledge it, rather than running away from it, it’ll bring great meaning to your life.

    — Naval Ravikant

    ทั้งนี้ เราสามารถพัฒนา acceptance ได้ 3 วิธี:

    1. Past suffering: นึกถึงความล้มเหลวในอดีตและนึกถึงตัวเราในปัจจุบัน มองดูว่า เราเปลี่ยนแปลงและเติบโตจากเดิมมากขนาดไหน
    2. Positive side: พยายามมองโลกในแง่บวก โดยถามตัวเองว่า แง่บวกของสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร?
    3. Embrace death: ยอมรับความตาย เพราะทุกคนมีเวลาจำกัด และสักวันหนึ่ง เราก็จะตาย ดังนั้น เราควรใช้เวลาที่มีอยู่ไปกับ happiness มากกว่า unhappiness

    🌻 Summary

    ในบทความนี้ เราได้สรุป 4 กลุ่มแนวคิดของ Naval เกี่ยวกับ happiness กัน:

    1. What is happiness: happiness = a skill and a choice
    2. Components: happiness = presence + peace
    3. Antitheses: desire, success, “should,” jealousy
    4. Building happiness: good habits + acceptance

    🔥 Get The Almanack of Naval Ravikant

    สำหรับคนที่สนใจเนื้อหาของหนังสือและอยากอ่านเพิ่มเติม สามารถซื้อหนังสือได้ตาม link ด้านล่าง:

    Note: ใครที่สนใจอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษแบบ e-book หรือ PDF สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ที่ navalmanack.com

  • สรุป 2 ประเด็นจาก StoryBrand Webinar ของ Donald Miller: “How to Sell Anything With StoryBrand Soundbites” — ทำไมลูกค้าถึงไม่ซื้อ และทำยังไงให้ลูกค้าซื้อ

    สรุป 2 ประเด็นจาก StoryBrand Webinar ของ Donald Miller: “How to Sell Anything With StoryBrand Soundbites” — ทำไมลูกค้าถึงไม่ซื้อ และทำยังไงให้ลูกค้าซื้อ

    ในบทความนี้ ผมจะมาสรุป 2 ประเด็นจาก webinar ของ Donald Miller “How to Sell Anything With StoryBrand Soundbites” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา:

    1. Why your message fails? ทำไม marketing message ถึงไม่ทำให้ลูกค้าซื้อ
    2. The five soundbites: soundbites ที่จะช่วยทำให้ลูกค้าซื้อ

    ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย


    1. 😭 Why Your Message Fails?
      1. 🧐 Don’t Be Smart, Be Clear
      2. ☕ Example
    2. 😎 The Five Soundbites
      1. 🗣️ What Is a Soundbite?
      2. 🕊️ PEACE Framework
      3. 💵 Example #1. Money App
      4. 📕 Example #2. Book
      5. 🏠 Example #3. Airbnb.org
    3. 💪 Summary
    4. 🍩 Bonus: Your Sales Pitch
    5. 📼 Webinar Videos

    😭 Why Your Message Fails?

    .

    🧐 Don’t Be Smart, Be Clear

    เหตุผลหลักที่ลูกค้าไม่ซื้อของกับเราก็เพราะ marketing message ของเราขาดความชัดเจน และทำให้ลูกค้าต้องคิด

    ถ้าเรามีป้ายโฆษณาบนทางด่วน และข้อความของเราไม่เคลียร์ ลูกค้าก็คงจะไม่จอดรถเพื่อครุ่นคิดว่าสิ่งที่เราต้องการจะสื่อคืออะไร แต่เขาจะขับรถผ่านป้ายและลืมเราไป

    Message ที่ดีไม่จำเป็นต้องดูดี แต่ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ในทันทีว่าเรากำลังสื่ออะไร

    .

    ☕ Example

    ยกตัวอย่างเช่น message ของคอร์สสอนทำร้านกาแฟ:

    Drowning in coffee shop chaos? Stop doing everything yourself.

    แม้ว่าการใช้คำอาจจะดูดี แต่คนอ่านจะมีคำถามในใจ เช่น:

    • “Coffee shop chaos” คืออะไร? เป็นความวุ่นวายแบบไหน? ถ้าเราเป็นร้านกาแฟที่มีลูกค้าเยอะจนเสิร์ฟไม่ทัน นับเป็น coffee shop chaos ไหม?
    • “Do everything” ที่ว่าคืออะไรบ้าง? การทำบัญชีร้านรวมด้วยไหม?

    เราสามารถปรับ message ให้ชัดเจนขึ้นได้แบบนี้:

    Losing baristas faster than you can hire? It doesn’t have to be this way.

    จะเห็นว่า message ใหม่ทำให้เราเห็นภาพชัดมากขึ้นว่า เรากำลังพูดถึงปัญหา turnover ของ barista และคอร์สนี้มีทางออกให้

    ถ้าเรากำลังมีปัญหา barista ลาออกเร็วจนหาคนแทนไม่ทัน เราจะรู้ในทันทีว่าคอร์สนี้อาจจะเหมาะกับเรา

    เมื่อเราทำให้ message ชัดเจนขึ้น ยอดขายของเราก็จะเพิ่มขึ้นตามมา อย่างในตัวอย่างคอร์สทำร้านกาแฟ message แรก ได้ยอดคลิก 18 ครั้งใน 48 ชั่วโมง ในขณะที่ message ใหม่ได้ยอดคลิกสูงถึง 125 ครั้งใน 48 ชั่วโมง

    Source: StoryBrand’s webinar “How to Sell Anything With StoryBrand Soundbites” (2025).

    😎 The Five Soundbites

    .

    🗣️ What Is a Soundbite?

    นอกจากความชัดเจนแล้ว message ของเราควรสื่อสารผ่าน soundbite หรือวลี/ประโยคสั้น ๆ ที่เราสามารถพูดทวนและช่วยทำให้ลูกค้าจำเราได้ขึ้นใจ เช่น:

    • “Just do it.”
    • “Because you’re worth it.”
    • “Melts in your mouth, not in your hands.”

    .

    🕊️ PEACE Framework

    Soundbites ที่ดีจะเชื่อมโยงปัญหาของลูกค้าที่เราสามารถแก้ได้ เข้ากับ product/service ที่เรามี เพื่อช่วยให้ลูกค้านึกถึงเราเวลาเขามีปัญหา

    เราสามารถสร้าง soundbites ที่มีประสิทธิภาพได้โดยใช้ 5-soundbite framework หรือ PEACE framework ซึ่งประกอบด้วย:

    1. Problem: ปัญหาที่ลูกค้ามีและเราสามารถแก้ได้
    2. Empathy: แสดงความเข้าใจในความรู้สึกของลูกค้าต่อปัญหาที่มี
    3. Answer: นำเสนอทางออกของปัญหา (product/service ของเรา)
    4. Change: การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าได้ใช้ product/service ของเรา
    5. End result: ผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อใช้ product/service ของเราแล้ว
    Source: StoryBrand’s webinar “How to Sell Anything With StoryBrand Soundbites” (2025).

    .

    💵 Example #1. Money App

    PEACE เป็นเหมือนบันไดหน้าบ้านที่เราชวนให้ลูกค้าเข้าก้าวขึ้นมาเพื่อทำความรู้จักเรามากขึ้นและซื้อของกับเราในที่สุด

    เราสามารถใช้ PEACE เพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้แบบนี้ เช่น message ของ YNAB ที่เป็นแอปจัดการการเงิน:

    1. Problem: Has there ever been a time when you’ve worried about money?
    2. Empathy: We know how that feels.
    3. Answer: Download the YNAB app …
    4. Change: … and get good with money.
    5. End result: So that you never worry about money again.
    Source: StoryBrand’s webinar “How to Sell Anything With StoryBrand Soundbites” (2025).

    .

    📕 Example #2. Book

    ตัวอย่าง message ของหนังสือการสร้างธุรกิจ:

    1. Problem: You want to know the principles that allow you to build an enduring business.
    2. Empathy: It’s hard to build a business that lasts.
    3. Answer: There are 41 principles it takes to build an enduring business.
    4. Change: You will become a principle driven leader.
    5. End result: You will build a business that can endure anything.
    Source: StoryBrand’s webinar “How to Sell Anything With StoryBrand Soundbites” (2025).

    .

    🏠 Example #3. Airbnb.org

    ตัวอย่าง message ของ Airbnb.org องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อหาที่พักชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัยไฟป่าในอเมริกา:

    1. Problem: When disaster strikes, many families end up in a shelter.
    2. Empathy: Airbnb.org believes families in need deserve a safe place to stay.
    3. Answer: Airbnb already has millions of homes around the world.
    4. Change: Making it unnecessary for a family to have to stay in a shelter.
    5. End result: Families can be together, safe and in a home after a disaster.
    Source: StoryBrand’s webinar “How to Sell Anything With StoryBrand Soundbites” (2025).

    💪 Summary

    ลูกค้าจะไม่ซื้อถ้า marketing message ของเราไม่ชัดเจนและทำให้ลูกค้าต้องคิด

    Message ที่ดีจะต้องชัดเจนและทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ในทันทีว่า เรากำลังสื่ออะไร

    เราสามารถสื่อสารกับลูกค้าผ่าน 5 soundbites หรือวลี/ประโยคสั้น ๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้านึกถึงเราเมื่อเขามีปัญหาได้:

    1. Problem: ปัญหาที่ลูกค้ามีและเราสามารถแก้ได้
    2. Empathy: ความเข้าใจในความรู้สึกของลูกค้า
    3. Answer: product/service ของเราที่จะช่วยลูกค้าแก้ปัญหาได้
    4. Change: การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
    5. End result: ผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับ

    🍩 Bonus: Your Sales Pitch

    ในบางครั้ง ลูกค้าอยากจะซื้อของกับเราอยู่แล้ว แต่เขาจะยังไม่ซื้อจนกว่าเราจะถาม ซึ่งเราสามารถใช้ pattern การถามได้แบบนี้

    If you are struggling with [problem], here’s [product/service] to solve it. It’s [amount] dollars. Would you like to buy?


    📼 Webinar Videos