Tag: Meaning in life

  • Saving Yourself & Philosophy: สรุป 2 บทเรียนสุดท้ายเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเพื่อตัวเองและปรัชญาชีวิต จากหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant โดย Eric Jorgenson

    Saving Yourself & Philosophy: สรุป 2 บทเรียนสุดท้ายเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเพื่อตัวเองและปรัชญาชีวิต จากหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant โดย Eric Jorgenson

    ในบทความนี้ ผมจะมาสรุป 2 บทเรียนสุดท้ายจากหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant ของ Eric Jorgenson ซึ่งรวบรวมปรัชญาการใช้ชีวิตของ Naval Ravikant นักลงทุนและ CEO ชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในบริษัทอย่าง Uber, Foursquare, และ Twitter (X) กัน:

    1. Saving Yourself: การดูแลและใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง
    2. Philosophy: แนวคิดเชิงปรัชญาในการใช้ชีวิต

    ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย


    หน้าปกหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant บน Amazon

    1. ⚔️ Part 1. Saving Yourself
      1. 🏃‍♂️ 1.1 Care for Your Body
      2. 🧘‍♂️ 1.2 Care for Your Mind
      3. 🏗️ 1.3 Build Yourself
      4. 🌱 1.4 Grow Yourself
      5. 😉 1.5 Be Yourself
    2. 📚 Part 2. Philosophy
      1. 🪷 2.1 Rational Buddhism
      2. 💫 2.2 Meaning in Life
      3. 💎 2.3 Values
      4. 😊 2.4 Present
    3. 🔥 Get The Almanack of Naval Ravikant

    ⚔️ Part 1. Saving Yourself

    Doctors won’t make you healthy.

    Nutritionists won’t make you slim.

    Teachers won’t make you smart.

    Gurus won’t make you calm.

    Mentors won’t make you rich.

    Trainers won’t make you fit.

    Ultimately, you have to take responsibility.

    Save yourself.

    — Naval Ravikant

    ไม่มีใครที่จะดูแลเราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง ดังนั้น เราควรจะดูแลตัวเองให้ดี

    Naval แนะนำ 5 ประเด็นในการดูแลตัวเอง ได้แก่:

    1. Care for your body: ดูแลสุขภาพกาย
    2. Care for your mind: ดูแลสุขภาพจิตใจ
    3. Build yourself: พัฒนาตัวเอง
    4. Grow yourself: เรียนรู้เพิ่มเติบโต
    5. Be yourself: เป็นตัวของตัวเอง

    .

    🏃‍♂️ 1.1 Care for Your Body

    My number one priority in life, above my happiness, above my family, above my work, is my own health.

    — Naval Ravikant

    สำหรับการดูแลร่างกาย Naval มีข้อแนะนำ 3 ข้อ:

    1. Immune system: เราควรอาบน้ำเย็นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
    2. Diet: เราควร (1) โฟกัสกับสิ่งที่กินมากกว่าปริมาณที่กิน และ (2) ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล + ไขมัน เพราะไขมันทำให้เรารู้สึกอิ่ม แต่น้ำตาลทำให้รู้สึกอยาก ดังนั้น อาหารที่มีทั้งสองอย่างจะทำให้เราหยุดกินได้ยาก
    3. Exercise: ออกกำลังกายทุกวัน

    .

    🧘‍♂️ 1.2 Care for Your Mind

    The mind itself is a muscle—it can be trained and conditioned.

    — Naval Ravikant

    Naval มองว่า จิตใจ (mind) เป็นเหมือนกล้ามเนื้อที่เราฝึกได้ และการนั่งสมาธิ (meditation) เป็นการออกกำลังสำหรับจิตใจ

    Naval แนะนำให้เรานั่งสมาธิ 1 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อฝึกจิตใจอย่างสม่ำเสมอ

    ประโยชน์ของการนั่งสมาธิ ได้แก่:

    1. No avoidance: มีความทุกข์น้อยลง เพราะเราจะไม่หลีกเลี่ยงความทุกข์ แต่จะเผชิญกับความทุกข์ซึ่ง ๆ หน้า
    2. Liberation: ฝึกแยกตัวเองออกจากจิตใจ ทำให้เราเป็นอิสระจากอารมณ์และความคิดต่าง ๆ
    3. Reconfiguring the mind: เข้าใจการทำงานของจิตใจมากขึ้น ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนความคิด อารมณ์ ความรู้สึกได้ตามที่เราต้องการ

    3 เทคนิคการนั่งสมาธิที่ Naval แนะนำ:

    1. Non-judgmental awareness: ฝึกสติด้วยการรับรู้สิ่งที่ผ่านเข้ามาในจิตใจโดยไม่ตัดสิน
    2. Transcendental meditation: นั่งสมาธิโดยเพ่งสมาธิไปที่บทสวดที่มีท่วงทำนองวนลูป
    3. Thought run: นั่งหลับตาและปล่อยให้ความคิดไหลเข้ามาในหัวอย่างอิสระ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

    .

    🏗️ 1.3 Build Yourself

    Again, habits are everything—everything we are.

    — Naval Ravikant

    ชีวิตของเราสร้างจาก habits ของเราเอง ดังนั้น ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราจะต้องเปลี่ยน habits ที่มี

    เราสามารถเปลี่ยน habits ได้โดย:

    1. เริ่มการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราสามารถทำได้ทุกวัน (เช่น ออกกำลังกายเบา ๆ หลังตื่นนอน)
    2. เริ่มทำในทันที ไม่ต้องรอช้า
    3. อดทนรอผลลัพธ์

    Impatience with actions, patience with results.

    — Naval Ravikant

    Pro tip: สำหรับคนที่อ้างว่า “ไม่มีเวลา” ให้คิดว่า priority ของเราคืออะไร ถ้าเราให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นจริง ๆ เราจะหาเวลาให้กับมันได้

    Naval ยกตัวอย่างตัวเองที่ออกกำลังกายทุกเช้า Naval จะไม่ทำอย่างอื่นจนกว่าจะออกกำลังกายเสร็จ เพราะสุขภาพเป็น priority อันดับหนึ่งของและสิ่งอื่น ๆ สามารถรอได้

    .

    🌱 1.4 Grow Yourself

    I just want to be the most successful version of myself while working the least hard possible.

    — Naval Ravikant

    เราควรจะพัฒนาตัวเองโดยเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ

    Naval แนะนำแนวทางการเรียนรู้ไว้ 2 ข้อ:

    1. Start from the basics: เวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้เริ่มจากความรู้ขั้นพื้นฐานในหัวข้อนั้น (เช่น เรียนเลข ก็ต้องเริ่มจากบวก ลบ คูณ หารแล้วค่อยไปแก้สมการ)
    2. Read: อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า ถ้าเราอ่านได้เยอะพอ เราจะเจอสิ่งที่เราสนใจและอยากที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม

    3 หัวข้อที่ Naval แนะนำให้ศึกษา:

    1. Science: เพราะเป็นการศึกษาความจริง (truth)
    2. Math: คณิตศาสตร์ โดยเฉพาะสถิติ (statistics) และความน่าจะเป็น (probability) เพราะช่วยให้เราเข้าใจหัวข้อที่ซับซ้อนอย่าง game theory และเศรษฐศาสตร์ได้
    3. Influence: เพราะถ้าเราสามารถโน้มน้าวคนอื่นได้ ทุกอย่างจะง่ายและเร็วขึ้น

    .

    😉 1.5 Be Yourself

    No one in the world is going to beat you at being you.

    — Naval Ravikant

    แต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน และไม่มีใครจะเป็นตัวเราได้เท่ากับตัวเราเอง

    เราควรใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง และเป้าหมายในชีวิตของเรา คือ การหาคน/ธุรกิจ/โปรเจกต์ที่ต้องการเราอย่างที่เราเป็น

    เวลาเป็นสิ่งมีค่า และเวลาที่ใช้ไปกับสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เวลาที่เสียเปล่า แต่เป็นเวลาที่ใช้อย่างคุ้มค่า


    📚 Part 2. Philosophy

    สำหรับปรัชญาชีวิต Naval พูดถึง 4 หัวข้อนี้ ได้แก่:

    1. Rational Buddhism
    2. Meaning in life
    3. Values
    4. Present

    .

    🪷 2.1 Rational Buddhism

    Rational Buddhism, to me, means understanding the internal work Buddhism espouses to make yourself happier, better off, more present and in control of your emotions—being a better human being.

    — Naval Ravikant

    Rational Buddhism เป็นปรัชญาเชิงพุทธที่ Naval คัดเลือกมาเฉพาะคำสอนที่พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง เช่น:

    • ประโยชน์ของการนั่งสมาธิ
    • ประโยชน์ของการทำจิตใจให้สงบ

    และตัดคำสอนที่พิสูจน์ไม่ได้ออก เช่น:

    • กรรมจากชาติก่อน
    • จักระ (chakra)

    .

    💫 2.2 Meaning in Life

    Maybe there is a meaning to life, but it’s not a very satisfying purpose.

    — Naval Ravikant

    Naval มี 3 มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความหมายในชีวิต:

    1. Personal: ความหมายในชีวิตเป็นเรื่องของบุคคล แต่ละคนให้ความหมายชีวิตที่ไม่เหมือนกัน
    2. No meaning: ชีวิตไม่มีความหมาย
    3. Entropy: ชีวิตและ civilisation เกิดขึ้นมาเพื่อเร่งให้เกิด entropy หรือเวลาที่ทุกที่ในจักรวาลจะมีอุณหภูมิเท่ากัน ซึ่งหมายถึง จุดจบของจักรวาล (heat death scenario)

    .

    💎 2.3 Values

    If your values line up, the little things don’t matter.

    — Naval Ravikant

    ตัวอย่าง life values ของ Naval:

    1. Freedom: อิสระจากสิ่งต่าง ๆ เช่น จากความโกรธ, การทำงาน, และความคิดที่ควบคุมไม่ได้
    2. Honesty: การเป็นตัวของตัวเอง ผ่านความซื่อสัตย์ต่อทั้งตัวเองและคนอื่น
    3. Peer relationship: มองว่าทุกคนอยู่ในระดับที่เท่ากัน
    4. No anger: ใช้ชีวิตโดยไม่มีความโกรธ
    5. No short-term thinking or dealing: มองผลลัพธ์ในระยะยาว ไม่ใช่ในระยะสั้น

    .

    😊 2.4 Present

    This is actually nothing but this moment.

    — Naval Ravikant

    ปัจจุบันขณะ คือ ทุกอย่างที่เรามี

    ทุก moment มีความแตกต่าง/ไม่เหมือนกัน และจะผ่านเราไปโดยไม่สามารถไขว้คว้าไว้ได้

    เราเกิดและตายในทุกชั่วขณะ และขึ้นอยู่กับเราว่าเราเลือกที่จะจำมันไหม


    🔥 Get The Almanack of Naval Ravikant

    สำหรับคนที่สนใจเนื้อหาของหนังสือและอยากอ่านเพิ่มเติม สามารถซื้อหนังสือได้ตาม link ด้านล่าง:

    Note: ใครที่สนใจอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษแบบ e-book หรือ PDF สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ที่ navalmanack.com

  • สรุปหนังสือ Hero on a Mission ของ Donald Miller: แนวคิด วิธีการ และเครื่องมือในการสร้างความหมายและใช้ชีวิตอย่าง Hero ของตัวเอง

    สรุปหนังสือ Hero on a Mission ของ Donald Miller: แนวคิด วิธีการ และเครื่องมือในการสร้างความหมายและใช้ชีวิตอย่าง Hero ของตัวเอง

    วันก่อน ผมเพิ่งมีโอกาสได้อ่านหนังสือของ Donald Miller ชื่อ Hero on a Mission (2021)

    ผมชอบหนังสือของ Donald Miller ตั้งแต่ได้อ่าน Marketing Made Simple ด้วยสไตล์การเขียนที่สั้นกระชับ ตรงจุด มีเนื้อหาที่ให้มุมมองแปลกใหม่ พร้อมแนวทางการนำไปใช้ต่อได้จริง

    หนังสือ Hero on a Mission แตกต่างจากเล่มก่อน ๆ ที่ผมเคยอ่าน (และซื้อมาดอง 555) อย่าง Marketing Made Simple, Business Made Simple, Negotiation Made Simple ซึ่งพูดถึงทักษะและสิ่งที่ควรทำเพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโต

    หน้าปกหนังสือ Hero on a Mission ใน Amazon Kindle

    Hero on a Mission เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น

    Donald Miller เปรียบชีวิตเป็นเหมือนกับ story ที่มีจุดเริ่มต้น กลางเรื่อง และจุดจบ โดยทิศทางที่เนื้อเรื่องจะดำเนินไปขึ้นอยู่กับตัวละครที่เราเป็น

    Donald Miller แบ่งตัวละครในชีวิตออกเป็น 4 แบบ:

    1. Victim คือ คนที่ปล่อยให้ story (ชีวิต) ขึ้นอยู่กับโชคชะตา (fate) และปัจจัยภายนอก
    2. Villain คือ คนที่ตอบสนองต่อความลำบากในชีวิต ด้วยการทำให้คนอื่นดูเล็กลง (make others small)
    3. Hero คือ คนที่ต้องการบางอย่างในชีวิต และเผชิญหน้ากับความท้าทายและยากลำบากที่ตามมา
    4. Guide คือ คนที่พร้อมจะนำ hero พิชิตอุปสรรคในชีวิต

    เราแต่ละคนมีพลังของทั้งสี่ตัวละครอยู่ และในแต่ละเวลาเราเล่นเป็นบทบาทที่แตกต่างกันไป

    • เวลาที่เราท้อแท้ เราอาจเล่นบทเป็น victim
    • เวลาที่เราต้องการแก้แค้น เราอาจเล่นบท villain

    สองบทบาทแรกเป็นบทบาทที่ไม่ช่วยให้ story ของเราเดินไปข้างหน้า

    • victim เป็นผู้ที่อ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือ การเล่นเป็น victim มีข้อดีที่ทำให้เราได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่ในระยะยาว เรื่องราวของเราจะเดินอยู่ที่เดิม เพราะเราไม่ได้ทำให้ตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น
    • เช่นเดียวกัน การเล่นบทเป็น villain ไม่ได้ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไป เพราะเราใช้พลังไปกับการทำให้คนอื่นดูแย่ แต่ภายในตัวเรายังคงเหมือนเดิม

    ถ้าเราจะดำเนินเรื่องไปในทิศทางที่เราต้องการแล้ว เราจะต้องเล่นบท hero และ guide


    🦸 Be a Hero

    ชีวิตของเราเดินไปข้างหน้าตลอดเวลา และทุกนาทีที่เราปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามสภาพแวดล้อม เราปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้ทิศทาง

    ถ้าเราต้องการที่จะใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ เราต้องการเปลี่ยนบทจาก victim ที่อ่อนแอและรอคอยความช่วยเหลือ มาเป็น hero ผู้ที่อ่อนแอแต่พร้อมเผชิญกับความยากลำบาก และกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งในที่สุด

    เมื่อเราเลือกที่จะสวมบท hero ในชีวิต เราจะต้องมี mindset 2 อย่าง:

    1. Story can change: เชื่อว่า ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เรื่องราวของเราสามารถเปลี่ยนได้เสมอ
    2. You can be the author: เชื่อว่า โชคชะตาและพระเจ้าเป็นหนึ่งในผู้กำกับชีวิต แต่เราก็สามารถเป็น “ผู้เขียน” ที่แก้ไขเรื่องเราในชีวิตของเราได้เช่นกัน

    ผู้ที่เป็น hero เลือกที่จะรับผิดชอบในชีวิต ตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ


    👟 Life of Meaning

    Hero คือ ผู้ที่เลือกใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

    Donald Miller มองว่า การจะใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย มีอยู่ 3 ขั้นตอน ได้แก่:

    1. Know what you want
    2. Accept the challenge
    3. Share it with others

    🐦‍🔥 Step 1. Know You Want

    Hero จะต้องเลือกทิศทางในการดำเนินเรื่องราวของตัวเอง

    เช่นเดียวกับหนังและนิยาย เรื่องราว (ชีวิต) จะไม่เกิดขึ้นและไม่น่าสนใจ ถ้า hero ไม่มีความต้องการ:

    1. เราจะไม่มี The Hobbits ถ้า Bilbo ไม่ต้องการออกไปผจญภัย
    2. เราจะไม่มี Star Wars ถ้า Luke ไม่ต้องการเป็น Jedi
    3. เราจะไม่มี The Avengers ถ้า Avengers ไม่ต้องการกอบกู้โลก

    เรื่องราวชีวิตของเราจะเริ่มขึ้นเมื่อเราต้องการอะไรบางอย่าง หรือเป้าหมายในชีวิต

    เป้าหมายในชีวิต คือ ความต้องการที่ดึงดูดให้เราเข้าหา ความต้องการนี้อาจจะเป็นความต้องการที่ฟังดูเห็นแก่ตัว เช่น ต้องการช่วยคนยากจนเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี Donald Miller ระบุว่า ความต้องการเหล่านี้ไม่ใช่ความต้องการที่ผิด ตราบเท่าที่ความต้องการนี้เป็นประโยชน์กับคนอื่นและทำให้โลกนี้ดีขึ้น (mutually beneficial)

    สำหรับ Donald Miller การมีความต้องการ (ต้องการช่วยคนยากจน) ดีกว่าไม่มีความต้องการเลย (ไม่ต้องการช่วยคนยากจน)

    แต่การมีความต้องการมากไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะจะทำให้เรื่องราวของเรา “เจือจาง”

    ตัวอย่างเช่น ใน The Avengers ถ้า Tony Stark ไม่ได้ต้องการที่จะกู้โลกอย่างเดียว แต่ยังต้องการขยายธุรกิจ, จัดงานแต่งกับ Pepper Potts, เรียนเต้น samba เนื้อเรื่อง The Avengers จะดูวุ่นวายและขาดความน่าสนใจขึ้นมาในทันที

    ชีวิตของเราก็เช่นกัน ถ้าเราโฟกัสกับความต้องการ 2-3 อย่าง เราจะมีเวลาและกำลังในการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และน่าสนใจ


    🏃‍♂️ Step 2. Accept the Challenge

    การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ลงมือทำ

    การตั้งเป้าหมายไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความหมายขึ้นมาในทันที แต่ความหมายจะเกิดขึ้นเมื่อเราลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อไปถึงจุดหมายที่ต้องการ

    เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย hero จะต้องทำ 2 สิ่งที่สำคัญ:

    1. Put something on the plot: ทำกิจกรรมที่ช่วยให้เนื้อเรื่องดำเนินไปสู่จุดหมาย
    2. Remember the theme: จดจำเป้าหมายของตัวเองได้

    .

    🔨 The Tools

    Donald Miller นำเสนอ 5 เครื่องมือที่จะช่วยในการกำหนดเป้าหมาย ผลักดันให้เนื้อเรื่องดำเนินไปข้างหน้า และคอยช่วยจดจำเป้าหมาย ซึ่งได้แก่:

    .

    Tool #1. Eulogy: เขียนคำสรรเสริญ (สำหรับคนที่ลาจากไปแล้ว) ให้กับตัวเอง เป็นเทคนิคในการ reverse-engineer ชีวิตที่เราต้องการกลับมายังปัจจุบัน

    สิ่งที่เราสามารถเขียนใน eulogy เช่น:

    • ผลงานที่เราอยากจะทิ้งไว้เบื้องหลัง
    • ภาพที่เราอยากให้คนอื่นจดจำ
    • ข้อคิดที่เราอยากจะฝากไว้กับโลก

    ตัวอย่าง eulogy จาก Donald Miller:

    Donald Miller was a loving husband to his wife, Betsy, and an ever-present father to their daughter, Emmeline. His number one priority in life was always his family, which is why he limited his travel and work schedule to enjoy time with the people he loved the most. Don and his family built a home called Goose Hill in which many friends, family members, and invited guests found rest and encouragement. Don, Betsy, and Emmeline loved to practice hospitality and were always surrounded by people who were working to make the world better.

    (Note: ตัวหนา คือ ตัวอย่างเนื้อหาหลักที่ใส่ลงใน eulogy)

    .

    Tool #2. Vision worksheets: worksheets ที่ช่วยนำภาพใน eulogy มากำหนดเป็นภาพปลายทาง 10 ปี, 5 ปี, และ 1 ปี เป็นเหมือนการกำหนดหนังแต่ละภาคในชีวิตของเรา โดยในแต่ละครั้ง เราจะกรอกรายละเอียดดังนี้:

    • Age: อายุในอีก 1, 5, หรือ 10 ปีข้างหน้า
    • Title: ชื่อหนังในช่วงเวลานั้นของชีวิต เช่น บัณฑิตผู้มีความรู้
    • Projects: เช่น ในด้านครอบครัว พูดคุยกับพ่อแม่มากขึ้น, และในด้านเรียน เราจะอ่านหนังสือเดือนละ 2 เล่ม
    • Daily to-dos: 2 สิ่งที่จะทำในแต่ละวัน เช่น อ่านหนังสือวันละ 1 บท
    • Daily not-to-dos: 2 สิ่งที่จะไม่ทำในแต่ละวัน เช่น งดเล่นเกม

    ทั้งนี้ เราจะเริ่มกรอกจาก 10 ปี, 5 ปี, และ 1 ปี ตามลำดับ

    .

    Tool #3. Goal-setting worksheet (optional): worksheet ที่ช่วยเราติดตามความคืบหน้าในการเดินทางของเรา ถ้าเรามองว่า vision worksheets เพียงพอแล้ว เราสามารถข้าม goal-setting worksheet ไปได้

    Goal-setting worksheet มี 4 อย่างที่เราต้องเติม:

    1. Why: เหตุผลเบื้องหลังเป้าหมายของเรา
    2. Goal partner: ชื่อคนที่ตั้งเป้าหมายแบบเดียวกับเรา
    3. Milestones: เป้าหมายย่อย ๆ ตามทาง
    4. Daily sacrifice: สิ่งที่เรายอมเสียสละในแต่ละวัน เพื่อให้เกิดความคืบหน้าในเป้าหมาย
    5. Streak: จำนวนวันที่เราสามารถเสียสละได้ติดต่อกัน

    .

    Tool #4. Daily planner: เครื่องมือช่วยวางแผนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้เราไม่หลงทางไปจากเป้าหมายของเรา ใช้งานร่วมกับ morning ritual ในข้อถัดไป

    Daily planner มีรายละเอียดที่เราต้องการกรอกมี 8 อย่าง ได้แก่:

    1. Review eulogy: เช็กว่า เราได้อ่าน eulogy แล้ว
    2. Review vision worksheets: เช็กว่า เราได้ทบทวน visions worksheets แล้ว
    3. Review goal-setting worksheets: เช็กว่า เราได้ทบทวน goal-setting worksheet แล้ว
    4. Reflect (live day the second time technique): ตอบคำถามตัวเองว่า ถ้าเราได้ใช้ชีวิตในวันนี้เป็นครั้งที่สอง เราจะทำอะไรให้แตกต่าง/ดีขึ้นบ้าง
    5. Set primary tasks: กำหนดงานหลักที่ต้องทำในวันนี้ งานนี้ควรเป็นงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายที่เราวางไว้ และทำให้เรื่องราวชีวิตเดินไปข้างหน้า
    6. Gratitude: เขียนสิ่งที่เรารู้สึกขอบคุณในชีวิต
    7. Track appointments: เขียนนัดหมายที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ เพื่อรู้ว่า วันนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
    8. Set secondary tasks: เขียนงานอื่น ๆ ที่ต้องทำนอกเหนือจากงานหลัก

    .

    Tool #5. Morning ritual: พิธีกรรมในช่วงเช้าที่มีเพื่อทบทวนสิ่งที่เราเขียนในเอกสารข้อ 1-4 เพื่อเป็นการเตือนความจำถึงเรื่องราวที่เราต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิต

    โดยใน morning ritual เราจะทำตาม 4 ขั้นตอน ดังนี้:

    1. อ่าน eulogy
    2. อ่าน vision worksheets
    3. อ่าน goal-setting worksheets
    4. เขียน daily planner

    .

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหา tools ทั้งห้าได้ท้ายหนังสือ Hero on a Mission หรือใช้งานออนไลน์ฟรีได้ที่ heroonamission.com:

    Eulogy template บน heroonamission.com/

    🫂 Step 3. Share It With Others

    ขั้นสุดท้ายของการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย คือ การถ่ายทอดและส่งต่อประสบการณ์ให้กับคนอื่น

    ในจุดนี้ เราจะเปลี่ยนจาก hero มาเป็นบทบาทที่แข็งแกร่งที่สุดในเรื่อง นั่นคือ guide

    แม้จะเป็นบทบาทที่ดูดี แต่ hero ก็ไม่ต่างจาก victim เพราะเริ่มต้นจากความอ่อนแอ

    แต่ hero แตกต่างจาก victim ที่ยอมรับความท้าทายเพื่อได้สิ่งที่ต้องการมา และกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเดินทาง

    Guide คือ hero ที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน เต็มไปด้วยประสบการณ์ ความรู้ และมุมมองที่พร้อมจะช่วย hero คนอื่นค้นพบเป้าหมายของตัวเอง

    Guide คือ hero ที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และพร้อมจะส่งต่อตำนานของตัวเองให้กับคนอื่น

    Donald Miller มองว่า guide ที่ดีมีลักษณะ 4 อย่าง:

    1. Experience: เคยผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน
    2. Wisdom: เคยพบกับความล้มเหลวและก้าวผ่านมาได้
    3. Empathy: เคยผ่านความยากลำบากเช่นเดียวกับ hero ทำให้เข้าใจ hero ได้อย่างถ่องแท้
    4. Sacrifice: มีความเสียสละให้กับ hero ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ถ่ายถอดวิชาให้กับ hero หรือแม้เสียสละกระทั่งชีวิตเพื่อให้ hero อยู่รอด

    สำหรับ Donald Miller, guide คือตัวละครที่เป็นจุดสูงสุดของชีวิต และการที่เราจะเป็น guide ได้ เราจะต้องเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเองจาก victim เป็น hero ก่อน

    (เลยเป็นที่มาว่า ทำไมชื่อหนังสือ ถึงไม่เป็น Guide on a Mission แต่เป็น Hero on a Mission)


    📖 What’s Your Story?

    ชีวิตของเรามีความหมาย และความหมายจะเกิดขึ้นเมื่อเราเลือกที่จะเป็น hero หรือผู้เขียนเรื่องราวของเราเอง

    ความหมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง แม้ว่าทางเดินอาจไม่ได้เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบ แต่ประสบการณ์และความเจ็บปวดที่เราได้มาจะช่วยทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

    ทุกการเดินทางเริ่มจากก้าวแรก เมื่อเราก้าวขึ้นมาเป็น hero ในชีวิต ลองถามตัวเอง: “เราต้องการอะไร? และเรื่องราวของเราจะเดินไปทางไหน?”