Tag: Happiness

  • Learning Happiness: สรุป 4 กลุ่มแนวคิดในการสร้างความสุข จากหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant โดย Eric Jorgenson — What Is Happiness, Components, Antitheses, และ How to Develop Happiness

    Learning Happiness: สรุป 4 กลุ่มแนวคิดในการสร้างความสุข จากหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant โดย Eric Jorgenson — What Is Happiness, Components, Antitheses, และ How to Develop Happiness

    The Almanack of Naval Ravikant เป็นหนังสือของ Eric Jorgenson ที่รวบรวมปรัชญาการสร้างความมั่งคั่ง (wealth) และความสุข (happiness) ของ Naval Ravikant นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในบริษัทอย่าง Uber, Foursquare, และ Twitter (X)

    ในบทความนี้ ผมจะมาสรุปข้อคิดในบทเรียน Learning Happiness ซึ่งเป็นบทที่ 3 จาก 5 ในหนังสือกัน โดยบทความจะแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่:

    1. What is happiness?: happiness คืออะไร?
    2. Components of happiness: happiness ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
    3. Antitheses of happiness: มีอะไรที่ขัดขวาง happiness บ้าง?
    4. Developing happiness: แนวทางในการพัฒนา happiness

    ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย


    หน้าปกหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant บน Amazon

    1. ☺️ What Is Happiness?
      1. 🪛 Happiness as Skill
      2. 🥠 Happiness as Choice
    2. 📦 Components of Happiness
      1. 🧘 Presence
      2. 🕊️ Peace
    3. 🙅‍♂️ Antitheses of Happiness
      1. 💋 Desires
      2. 🏆 Success
      3. 🏙️ “Should”
      4. 🤩 Jealousy
    4. 💪 Developing Happiness
      1. 🚵 Build the Right Habit
      2. 🥳 Recommended Habits
      3. 😉 Acceptance
    5. 🌻 Summary
    6. 🔥 Get The Almanack of Naval Ravikant

    Notes:

    • เมื่อเราศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับความสุขของ Naval ดี ๆ เราจะเห็นว่า มีหลายแนวคิดที่มาจาก Buddhism ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะ Naval ศึกษา Buddhism และสกัดมาเฉพาะส่วนที่มาปรับใช้ได้จริง (เช่น การนั่งสมาธิ) และตัดส่วนที่พิสูจน์ได้ยาก (เช่น กฎแห่งกรรม การเกิดใหม่) ออกไป
    • Naval เรียกแนวคิด Buddhism ที่สกัดมาแล้วว่า Rational Buddhism

    ☺️ What Is Happiness?

    Happiness is a choice you make and a skill you develop.

    — Naval Ravikant

    Happiness ในมุมของ Naval เป็นได้ 2 อย่าง:

    1. Skill
    2. Choice

    .

    🪛 Happiness as Skill

    Maybe happiness is not something you inherit or even choose, but a highly personal skill that can be learned, like fitness or nutrition.

    — Naval Ravikant

    มุมมอง happiness ของ Naval ค่อนข้าง practical

    Naval มองว่า happiness เป็นทักษะส่วนบุคคล ซึ่งหมายความว่า เราสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้

    ถ้าเราอยากมี happiness มากขึ้น เราแค่ต้องการพัฒนาทักษะ “ความสุข” ให้ดีขึ้น

    .

    🥠 Happiness as Choice

    Happiness, love, and passion … aren’t things you find—they’re choices you make.

    — Naval Ravikant

    Naval มองว่า happiness เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องส่วนบุคคล (personal) และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

    แต่ละคนนิยามความสุขแตกต่างกัน และไม่มีนิยามไหนที่จะตอบโจทย์ของทุกคนได้

    ความสุขขึ้นกับการเลือกตีความความสุขของเราเอง

    ยกตัวอย่างเช่น Naval มองว่า ความสุขคือการที่เราไม่มีความอยาก ไม่รู้สึกว่าชีวิตขาดหายอะไรไป มีสติอยู่กับปัจจุบัน และมองเห็นโลกอย่างที่เป็น


    📦 Components of Happiness

    You can literally destroy your happiness if you spend all your time living in delusions of the future.

    — Naval Ravikant

    สำหรับ Naval ความสุขเกิดมาจาก 2 อย่าง:

    1. Presence
    2. Peace
    Happiness = Presence + Peace
    

    .

    🧘 Presence

    It’s something you can achieve moment to moment.

    — Naval Ravikant

    Presence หมายถึง การอยู่กับปัจจุบัน

    ปัจจุบัน คือ ทุกสิ่งที่เรามี ณ เวลาหนึ่ง

    ทุกชั่วขณะ จิตใจของเรามักคิดถึงไม่อนาคตก็อดีต ทำให้เราไม่ได้อยู่ในปัจจุบันอย่างแท้จริง

    ถ้าเราฝึกตัวเองให้อยู่กับปัจจุบันได้ เราก็จะเจอกับความสุข

    .

    🕊️ Peace

    You’ll notice that when I say happiness, I mean peace.

    — Naval Ravikant

    Peace หรือความสงบในจิตใจ เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อจิตใจไม่มีความกังวล (anxiety) เพราะเราไม่ได้มองหาสิ่งถัดไปที่จะทำให้เรามีความสุข

    Peace จะเกิดขึ้นเมื่อเราอยู่กับปัจจุบันอย่างที่เป็น

    เมื่อเรามีความสงบ เราก็จะเจอความสุข

    Naval มองว่า peace และ happiness เป็นสิ่งเดียวกัน:

    • Peace เป็นต้นกำเนิดของ happiness และ happiness เป็นผลพลอยได้ของ peace
    • Happiness คือ peace ที่ไม่หยุดนิ่ง
    • Peace คือ happiness ที่หยุดนิ่ง

    จะมีความสุขได้ เราต้องมีความสงบ และเราจะสงบได้ เราก็ต้องอยู่กับปัจจุบัน

    Presence -> Peace -> Happiness
    

    🙅‍♂️ Antitheses of Happiness

    Naval มองว่า สิ่งที่ขัดขวาง happiness มีอยู่ 4 อย่าง ได้แก่:

    1. Desire
    2. Success
    3. “Should”
    4. Jealousy

    .

    💋 Desires

    I think the most common mistake for humanity is believing you’re going to be made happy because of some external circumstances.

    — Naval Ravikant

    Desire คือ การที่เราเชื่อว่า ความสุขเกิดจากการครอบครองอะไรบางอย่าง เช่น ได้มือถือใหม่ มีเงินมากขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้น

    Desire ทำให้เราไม่มีความสุข เพราะเราจะสุขได้ก็ต่อเมื่อเราได้สิ่งที่เราต้องการ แต่ในระหว่างนั้น เราจะมีแต่ความทุกข์

    ตราบใดที่เรายังมี desire เราจะไม่มีความสุข

    Desire is a contract you make with yourself to be unhappy.

    — Naval Ravikant

    .

    🏆 Success

    Happiness is being satisfied with what you have.

    Success comes from dissatisfaction. Choose.

    — Naval Ravikant

    Success ไม่เท่ากับ happiness

    Naval มองว่า happiness เกิดจากภายใน และการมองหาความสำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งนอกกาย ไม่สามารถจะเติมเต็มความสุขได้

    Naval มองเช่นนี้ เพราะหลังจากประสบความสำเร็จทั้งในด้านทรัพย์สินและสังคม Naval เห็นว่าตัวเองและคนอื่น ๆ ที่มีชีวิตแบบเดียวกันก็ไม่ได้ดูมีความสุขเท่าไร

    ความสำเร็จมาพร้อมกับความทุกข์ ซึ่งขัดกับความสุข เราต้องเลือกว่า เราต้องการมองหาความสำเร็จหรือความสุข

    นอกจากนี้ Naval มองว่า ความสำเร็จที่แท้จริง คือ การที่เรารู้ว่าจะหยุดเมื่อไร เพราะเมื่อเราเล่นเกมชีวิตมามากพอและปลดปล่อยตัวเองออกจากเกมได้ เราก็จะมีความสุขเมื่อนั้น

    If you could just sit for thirty minutes and be happy, you are successful. That is very powerful place to be, but few of us get there.

    — Naval Ravikant

    .

    🏙️ “Should”

    The enemy of peace of mind is expectations drilled into you by society and other people.

    — Naval Ravikant

    เวลาเราบอกว่า เรา “ควร” ทำอะไร (เช่น เรา “ควร” จะออกกำลังกาย เรา “ควร” ทำตัวให้ดูดี) สิ่งนั้นมักเป็นสิ่งที่สังคมหรือคนอื่นต้องการจากเรา

    สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่สิ่งที่เรา “ต้องการ” และทุกครั้งที่เราทำสิ่งที่ “ควร” เรากำลังต่อสู้กับตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการ แทนที่จะทำสิ่งที่เราต้องการ

    ถ้าเราอยากจะมีความสุข เราควรลดสิ่งที่เราคิดว่า “ควร” ทำ และใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดไปกับสิ่งที่เรา “ต้องการ” ทำมากกว่า

    .

    🤩 Jealousy

    … at the end of the day, you’re no better off with jealousy.

    — Naval Ravikant

    อีกอุปสรรคที่ขัดขวางความสุขของเรา คือ ความอิจฉา (jealousy)

    เมื่อเราอิจฉาใครสักคน เรากำลังต้องการบางสิ่งบางอย่างที่เขามีแต่เราไม่มี

    ความอิจฉาทำให้เราทุกข์ แต่ไม่ว่าเราจะอิจฉาสักขนาดไหน คนที่เราอิจฉาก็ยังมีดีกว่าเราอยู่ดี

    Naval แนะนำการจัดการความอิจฉาดังนี้:

    ให้คิดว่า ถ้าเราอยากจะมีบางอย่างเหมือนกับใครสักคน (เช่นหน้าตา) เราจะเลือกแค่สิ่งนั้นไม่ได้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นร่วมกัน ถ้าเราอยากได้หน้าตา ก็ต้องได้ทั้งร่างกาย บุคลิกภาพ ความคิด ความทรงจำ ความเจ็บ ความทุกข์ ความสามารถของคนคนนั้นมาด้วย

    คำถาม คือ เราต้องการจะเป็นคนคนนั้นจริง ๆ ไหม? เราพร้อมที่จะสละความเป็นตัวเราเพื่อได้สิ่งเดียวที่เขามีหรือเปล่า?

    Naval บอกว่า เมื่อคิดอย่างนี้แล้ว จะช่วยให้เราหายอิจฉาคนอื่นได้


    💪 Developing Happiness

    You can increase your happiness over time, and it starts with believing you can do it.

    — Naval Ravikant

    เพราะ happiness เป็นทักษะที่เรียนรู้ได้และเป็น choice ที่เราเลือกได้ เราสามารถสร้างความสุขได้ด้วยการมี habit ที่ดี

    เราสามารถสร้าง habit ที่ดีได้ดังต่อไปนี้

    .

    🚵 Build the Right Habit

    You choose to be happy, and then you work at it.

    — Naval Ravikant

    เราสร้าง habit ใหม่ได้ใน 7 ขั้นตอน:

    1. Goal: เลือกสิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงมา 1 อย่าง
    2. Plan: วางแผนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
    3. Identify needs and triggers: ระบุความต้องการและสิ่งกระตุ้น (trigger) เพื่อที่เราจะได้จัดการสิ่งเหล่านี้ได้
    4. Find substitutes: มองหากิจกรรมหรือพฤติกรรมทดแทน เช่น สำหรับคนที่อยากเลิกสูบบุหรี่ อาจจะอมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อไม่ให้ปากว่าง
    5. Tell your friends: บอกเพื่อน เพื่อจะได้เป็นพยานที่ทำให้เราทำตามเป้าหมาย
    6. Track progress: ติดตามผลการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและไม่ลดละ
    7. Learn through trial and error: ลองผิดลองถูกและปรับแผนตามหน้างาน

    .

    By doing them rigorously, I’ve managed to increase my happiness level quite a bit.

    — Naval Ravikant

    Naval แนะนำ 9 habits ที่เราควรมี และ 4 habits ที่เราควรหยุดทำ

    Habits ที่ควรทำ:

    1. Meditate
    2. มีสติอยู่กับปัจจุบัน
    3. มีสติกับ judgment ของตัวเอง เพราะถ้าเราไม่ตัดสินโลก เราก็จะมีความสุขมากขึ้น
    4. มีสติกับ desires ของตัวเอง
    5. มองโลกในแง่บวก
    6. ออกกำลังกายทุกวัน
    7. เวลาอารมณ์ไม่ดี ให้ reset อารมณ์ด้วยการนั่งสมาธิ ฟังเพลง หรือออกกำลังกาย แล้วหากิจกรรมใหม่ทำเพื่อ channel อารมณ์ไปที่อื่น
    8. บอกเพื่อน ๆ ว่า เรา happy เพราะเราจะถูกบังคับให้ทำตามที่พูด
    9. Track เวลาว่า ใช้ไปกับ “สิ่งที่ควรทำ” กับ “สิ่งที่ต้องการทำ” เท่าไรบ้าง

    Habits ที่ควรหยุดทำ:

    1. ดื่ม caffeine
    2. มี screen time เยอะ
    3. มีความลับ
    4. ใช้เวลากับคนที่ไม่มีความสุขหรือคนที่คอยหาความขัดแย้ง (conflict) ใส่ตัว

    .

    😉 Acceptance

    The reality is life is a single-player game. You’re born alone. You’re going to die alone.

    — Naval Ravikant

    สุดท้าย เราสามารถสร้างความสุขได้ผ่าน acceptance หรือการยอมรับชีวิตในแบบที่เป็น

    ทุกครั้งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง นั่นหมายถึง เรากำลังมี desire และ desire มาพร้อมกับ unhappiness

    นี่ไม่ได้หมายความว่า เราต้องปล่อยความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต แต่ถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงอะไร เราควรโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญทีละอย่าง เพราะเมื่อโฟกัสแล้ว เราจะอยู่กับปัจจุบันได้ง่ายขึ้น และคิดได้ทะลุปรุโปร่งมากขึ้น

    When you look at your death and you acknowledge it, rather than running away from it, it’ll bring great meaning to your life.

    — Naval Ravikant

    ทั้งนี้ เราสามารถพัฒนา acceptance ได้ 3 วิธี:

    1. Past suffering: นึกถึงความล้มเหลวในอดีตและนึกถึงตัวเราในปัจจุบัน มองดูว่า เราเปลี่ยนแปลงและเติบโตจากเดิมมากขนาดไหน
    2. Positive side: พยายามมองโลกในแง่บวก โดยถามตัวเองว่า แง่บวกของสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร?
    3. Embrace death: ยอมรับความตาย เพราะทุกคนมีเวลาจำกัด และสักวันหนึ่ง เราก็จะตาย ดังนั้น เราควรใช้เวลาที่มีอยู่ไปกับ happiness มากกว่า unhappiness

    🌻 Summary

    ในบทความนี้ เราได้สรุป 4 กลุ่มแนวคิดของ Naval เกี่ยวกับ happiness กัน:

    1. What is happiness: happiness = a skill and a choice
    2. Components: happiness = presence + peace
    3. Antitheses: desire, success, “should,” jealousy
    4. Building happiness: good habits + acceptance

    🔥 Get The Almanack of Naval Ravikant

    สำหรับคนที่สนใจเนื้อหาของหนังสือและอยากอ่านเพิ่มเติม สามารถซื้อหนังสือได้ตาม link ด้านล่าง:

    Note: ใครที่สนใจอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษแบบ e-book หรือ PDF สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ที่ navalmanack.com

  • อะไรที่เรียกว่า Happiness? คำตอบจาก 2 แนวคิดทางจิตวิทยา—อารมณ์และสุขภาวะ

    อะไรที่เรียกว่า Happiness? คำตอบจาก 2 แนวคิดทางจิตวิทยา—อารมณ์และสุขภาวะ

    1. Happiness = อารมณ์เชิงบวก
    2. Happiness = สุขภาวะ
      1. Subjective Well-Being
      2. Psychological Well-Being
      3. อะไรคือ Happiness ที่แท้จริง?
    3. บทสรุป Happiness
    4. อ้างอิง
    5. ✅ R Book for Psychologists: หนังสือภาษา R สำหรับนักจิตวิทยา

    👉 Happiness หรือความสุข เป็นสิ่งที่น่าค้นหา ทั้งสำหรับคนทั่วไปในการชีวิตและนักจิตวิทยาที่ต้องการศึกษาจิตใจของมนุษย์ แต่อะไรคือ happiness?

    Happiness เป็นสิ่งที่มีความคลุมเคลือในนิยาม ซึ่งความหมายอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลและยุคสมัย (Disabato et al., 2016)

    ทั้งนี้ ในเชิงจิตวิทยา happiness อาจหมายความได้ 2 อย่าง คือ

    1. อารมณ์เชิงบวก (positive emotion)
    2. สุขภาวะ (well-being)

    Happiness = อารมณ์เชิงบวก

    ในมุมของอารมณ์เชิงบวก happiness สามารถมองได้ 2 ทาง คือ

    1. เป็นอารมณ์ขั้นพื้นฐาน (basic emotion; เช่น Ekman & Cordaro, 2011; Oatley & Johnson-Laird, 1987) หรืออารมณ์ที่อาจทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของอารมณ์ที่ซับซ้อนมากกว่า (Ekman & Cordaro, 2011; Ortony & Turner, 1990) เช่น ความประหลาดใจ
    2. เป็นคำเรียกรวมอารมณ์เชิงบวกต่าง ๆ เช่น joy (ความปิติยินดี), gladness (ความดีใจ; American Psychology Association, 2023)

    Happiness = สุขภาวะ

    บ่อยครั้งที่นักจิตวิทยาใช้คำว่า happiness เพื่อพูดถึงทฤษฎีสุขภาวะต่าง ๆ (Kaczmarek, 2017) ซึ่งแต่ละทฤษฎีมีมุมมองต่อ “ความสุข” ที่ไม่เหมือนกัน

    Subjective Well-Being

    A man smiling
    Photo by abdullah ali on Unsplash

    ทฤษฎีที่มักถูกใช้เรียกแทน happiness บ่อย ๆ คือ subjective well-being (SWB; Deci & Ryan, 2008; Diener, 1984) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ตั้งอยู่บนแนวปรัชญา hedonia ซึ่งระบุว่า ความสุขของมนุษย์ คือ การเพิ่ม pleasure (ความพึงพอใจ) และลด displeasure (ความไม่พึงพอใจ; Ryan & Deci, 2001)

    ในการประเมิน SWB นักจิตวิทยามักใช้ตัวบ่งชี้ 3 อย่าง ได้แก่

    1. อารมณ์เชิงบวก
    2. อารมณ์เชิงลบ (negative emotion)
    3. ความพึงพอใจในชีวิต (life satisfaction; Magyar & Keyes, 2019)

    ซึ่งจากตัวบ่งชี้ทั้งสาม จะเห็นได้ว่า happiness ในมุมมองของ SWB ประกอบด้วย 3 อย่าง คือ

    1. การมีอารมณ์เชิงบวก (เช่น ความรัก) ในระดับสูง
    2. การมีอารมณ์เชิงลบ (เช่น ความโกรธ ความกังวล) ในระดับต่ำ
    3. มีความพึงพอใจในชีวิตในระดับสูง

    Psychological Well-Being

    Photo by Priscilla Du Preez 🇨🇦 on Unsplash

    อีกทฤษฎีที่พยายามอธิบาย happiness คือ psychological well-being (PBW; Ryff & Singer, 1998) ซึ่งตั้งอยู่บนแนวปรัชญา eudaimonia ที่เน้นศักยภาพและความเติมเต็มในชีวิตมนุษย์ (Ryan & Deci, 2001)

    PWB บอกว่า สุขภาวะที่ดีเป็นมากกว่าการมีความสุข แต่รวมไปถึงการได้ปลดล็อกศักยภาพของตัวเอง (Ryff, 1995)

    จากการศึกษา PWB นิยาม happiness ไว้ 6 ด้าน ได้แก่

    1. Self-acceptance: ยอมรับและมองตัวเองในเชิงบวก
    2. Positive relations with others: มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น
    3. Autonomy: รู้สึกมีอิสระในการตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
    4. Environmental mastery: รู้สึกมีความสามารถในการจัดการสิ่งแวดล้อมของตัวเอง
    5. Purpose in life: รู้สึกว่า ชีวิตมีความหมายและเป้าหมาย
    6. Personal growth: มีการเติบโตส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง (Ryff, 1989; Ryff & Keyes, 1995)

    อะไรคือ Happiness ที่แท้จริง?

    จะเห็นได้ว่า ทั้ง SWB และ PWB มีมุมมองต่อ happiness ที่แตกต่างกัน

    ในมุมมองของ SWB, happiness คือ การเพิ่มอารมณ์เชิงบวกและความพึงพอใจในชีวิต พร้อมลดอารมณ์เชิงลบ

    ในขณะที่ PWB มองเห็นว่า happiness ไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีความสุขอย่างเดียว แต่จากการที่คนได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพ

    แล้ว happiness ที่แท้จริงคืออะไร? การมีความสุข หรือการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่?

    คำตอบอาจจะเป็นถูกทุกข้อ

    แม้ว่า มีหลายงานวิจัยที่เปรียบเทียบ SWB และ PWB แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักพบว่า happiness ทั้งสองประเภทมีความสัมพันธ์ทางสิถิติในระดับปานกลางถึงสูง (Lent, 2004) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกันมาก

    นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์เพิ่มเติมแล้ว ทั้ง SWB และ PWB จับกลุ่มอยู่ภายใต้ปัจจัยตัวเดียวกัน (Disabato et al., 2016) ชี้ให้เห็นว่า ทั้งสองมีอิทธิพลต่อสุขภาวะด้วยกันทั้งคู่

    ดังนั้น แม้ว่า SWB และ PWB จะให้นิยามความสุขที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองก็ส่งผลต่อ happiness เหมือนกัน และการจะใช้ชีวิตให้เกิด happiness ต้องมีทั้งความรู้สึกสุขใจและพึงพอใจกับชีวิต พร้อมทั้งใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าตามศักยภาพของตัวเองอีกด้วย


    บทสรุป Happiness

    Happiness เป็นสิ่งที่มีความหมายหลากหลาย ซึ่งในทางจิตวิทยา สามารถมองได้ 2 ทาง

    1. Happiness ที่เป็นอารมณ์เชิงบวกในตัวเอง หรือประเภทของอารมณ์เชิงบวก
    2. Happiness ในเชิงสุขภาวะ ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทหลักที่มีความสำคัญพอ ๆ กัน คือ
      • Happiness ในเชิงความรู้สึกสุข (SWB) และ
      • Happiness ในการใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพของตัวเอง (PWB)

    อ้างอิง

    American Psychology Association. (2023). Happiness. APA Dictionary of Psychology. https://dictionary.apa.org/happiness

    Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2008). Hedonia, eudaimonia, and well-being: An introduction. Journal of Happiness Studies: An Interdisciplinary Forum on Subjective Well-Being, 9(1), 1–11. https://doi.org/10.1007/s10902-006-9018-1

    Diener, E. (1984). Subjective well-being. Psychological Bulletin, 95(3), 542–575. https://doi.org/10.1037/0033-2909.95.3.542

    Disabato, D. J., Goodman, F. R., Kashdan, T. B., Short, J. L., & Jarden, A. (2016). Different types of well-being? A cross-cultural examination of hedonic and eudaimonic well-being. Psychological Assessment, 28(5), 471–482. https://doi.org/10.1037/pas0000209

    Ekman, P., & Cordaro, D. (2011). What is meant by calling emotions basic. Emotion Review, 3(4), 364–370. https://doi.org/10.1177/1754073911410740

    Kaczmarek, L. D. (2017). Happiness. In V. Zeigler-Hill & T. K. Shackelford (Eds.), Encyclopedia of personality and individual differences (pp. 1875–1879). Springer Cham. https://doi.org/10.1007/978-3-319-28099-8_522-1

    Lent, R. W. (2004). Toward a Unifying Theoretical and Practical Perspective on Well-Being and Psychosocial Adjustment. Journal of Counseling Psychology, 51(4), 482–509. https://doi.org/10.1037/0022-0167.51.4.482

    Magyar, J. L., & Keyes, C. L. M. (2019). Defining, measuring, and applying subjective well-being. In S. J. Lopez & C. R. Snyder (Eds.), Positive psychological assessment: A handbook of models and measures (2nd ed.). (pp. 389–415). American Psychological Association. https://doi.org/10.1037/0000138-025

    Oatley, K., & Johnson-Laird, P. N. (1987). Towards a cognitive theory of emotions. Cognition and Emotion, 1(1), 29–50. https://doi.org/10.1080/02699938708408362

    Ortony, A., & Turner, T. J. (1990). What’s basic about basic emotions? Psychological Review, 97(3), 315–331. https://doi.org/10.1037/0033-295X.97.3.315

    Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2001). On happiness and human potentials: A review of research on hedonic and eudaimonic well-being. Annual Review of Psychology, 52, 141–166. https://doi.org/10.1146/annurev.psych.52.1.141

    Ryff, C. D. (1989). Happiness is everything, or is it? Explorations on the meaning of psychological well-being. Journal of Personality and Social Psychology, 57(6), 1069–1081. https://doi.org/10.1037/0022-3514.57.6.1069

    Ryff, C. D. (1995). Psychological well-being in adult life. Current Directions in Psychological Science, 4(4), 99–104. https://doi.org/10.1111/1467-8721.ep10772395

    Ryff, C. D., & Keyes, C. L. M. (1995). The structure of psychological well-being revisited. Journal of Personality and Social Psychology, 69(4), 719–727. https://doi.org/10.1037/0022-3514.69.4.719

    Ryff, C. D., & Singer, B. (1998). The contours of positive human health. Psychological Inquiry, 9(1), 1–28. https://doi.org/10.1207/s15327965pli0901_1


    บทความต้นฉบับจาก https://www.blockdit.com/posts/64daef3c3849cb31020eb205


    ✅ R Book for Psychologists: หนังสือภาษา R สำหรับนักจิตวิทยา

    📕 ขอฝากหนังสือเล่มแรกในชีวิตด้วยนะครับ 😆

    🙋 ใครที่กำลังเรียนจิตวิทยาหรือทำงานสายจิตวิทยา และเบื่อที่ต้องใช้ software ราคาแพงอย่าง SPSS และ Excel เพื่อทำข้อมูล

    💪 ผมขอแนะนำ R Book for Psychologists หนังสือสอนใช้ภาษา R เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางจิตวิทยา ที่เขียนมาเพื่อนักจิตวิทยาที่ไม่เคยมีประสบการณ์เขียน code มาก่อน

    ในหนังสือ เราจะปูพื้นฐานภาษา R และพาไปดูวิธีวิเคราะห์สถิติที่ใช้บ่อยกัน เช่น:

    • Correlation
    • t-tests
    • ANOVA
    • Reliability
    • Factor analysis

    🚀 เมื่ออ่านและทำตามตัวอย่างใน R Book for Psychologists ทุกคนจะไม่ต้องพึง SPSS และ Excel ในการทำงานอีกต่อไป และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเองได้ด้วยความมั่นใจ

    แล้วทุกคนจะแปลกใจว่า ทำไมภาษา R ง่ายขนาดนี้ 🙂‍↕️

    👉 สนใจดูรายละเอียดหนังสือได้ที่ meb: