Tag: Energy

  • สรุปหนังสือ The 5 Laws of Agency ของ Jonathan Jenkins ใน 4 ประเด็น: What & Why of Agency, The 5 Laws of Agency, Developing Agency, และ Recovering When You Drift

    สรุปหนังสือ The 5 Laws of Agency ของ Jonathan Jenkins ใน 4 ประเด็น: What & Why of Agency, The 5 Laws of Agency, Developing Agency, และ Recovering When You Drift

    ผมรู้จักหนังสือ The 5 Laws of Agency ของ Jonathan Jenkins จากงาน What the Duck 2025 ซึ่งพี่ทอย DataRockie ได้กรอบแนวคิดกฎ 5 ข้อของ agency มาแชร์ให้ฟัง

    หนังสือ The 5 Laws of Agency มีความยาวประมาณ 80 หน้า ซึ่งผมอ่านจบภายในไม่กี่วันหลังซื้อมา ทันสิ้นปี 2025 พอดี

    ในบทความนี้ ผมจะมาสรุปหนังสือ The 5 Laws of Agency ใน 4 ประเด็น:

    1. What and why of agency: agency คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
    2. The 5 laws of agency: กฎ 5 ข้อของ agency
    3. Developing agency: แนวทางการพัฒนา agency
    4. Recovering when you drift: ทำยังไงถ้าเราหลุดจากการพัฒนา agency

    ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย


    ปกหนังสือ The 5 Laws of Agency บน Amazon

    1. 🤔 What & Why of Agency
    2. 🤞 The 5 Laws of Agency
    3. 💪 Developing Agency
    4. 😌 Recovering When You Drift
    5. 🔥 Summary

    🤔 What & Why of Agency

    โลกทุกวันนี้พาเราออกห่างจากตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ

    ทุกเช้าที่เราตื่นมา เราหยิบมือถือขึ้นมาเช็ก notifications, อ่าน emails, ดู reels, …

    เราตอบสนองต่อโลกภายนอกโดยไม่ได้หยุดคิดว่า ตัวเราเองต้องการอะไร

    เรามักรู้สึกเหนื่อย รู้สึกเครียด รู้สึกหมดไฟ และมองว่านี่เป็นปกติของชีวิต

    แต่จริง ๆ แล้ว เราแค่ใช้ชีวิตตาม default mode

    และถ้าเราปรับ mode การใช้ชีวิต เราจะพบว่า ยังมีชีวิตอีกแบบที่รอเราอยู่

    ชีวิตที่เรารู้สึกเติมเต็ม ชีวิตที่เป็นของเราเอง

    สิ่งที่เราขาดไม่ใช่การจัดการชีวิตที่ดีขึ้น

    แต่สิ่งที่เราต้องการ คือ agency

    ความสามารถในการเป็นตัวของตัวเองในสภาพแวดล้อมที่พยายามดึงเราออกห่างจากตัวเราเอง

    Agency is the ability to remain yourself in the conditions designed to pull you away from yourself.

    🤞 The 5 Laws of Agency

    Agency มีกฎอยู่ 5 ข้อ

    ถ้าเราทำได้ เราจะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น:

    .

    Law 1. Control the Frame:

    • Frame คือ lens ที่เราใช้มองโลก
    • Frame คือ สิ่งที่เราใช้ตีความเหตุการณ์ ว่า ดี, ไม่ดี, หรือเป็นกลาง
    • Frame คือ สิ่งที่ทำให้เราตีความว่า เพื่อนกำลังทอดทิ้งเรา แค่เพื่อนขอยกเลิกนัดกระทันหัน
    • เรามักใช้ frame ที่เราไม่ได้เลือก
    • Frame ที่ได้จากการเลี้ยงดู หรือความคาดหวังของคนอื่น
    • ก้าวแรกของ agency คือ การหยุด, คิด, และเลือก frame ที่เราจะใช้ในแต่ละวัน
    • เราไม่จำเป็นต้องเลือก lens ที่ทำให้เรามองโลกในแง่บวก
    • เราแค่ต้องเลือกว่า เราอยากใช้ชีวิตผ่าน lens แบบไหน
    • Lens อะไรที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

    .

    Law 2. Energy Beats Time:

    • Time management เป็นเรื่องโกหก
    • เราไม่ได้ต้องจัดการเวลาให้ดีขึ้น เพราะเวลาเป็นสิ่งที่เราจัดการไม่ได้
    • สิ่งที่เราต้องทำ คือ ใช้ energy อย่างมีประสิทธิภาพ
    • บางกิจกรรมดูดพลังของเรา และบางกิจกรรมเพิ่มพลังให้เรา
    • เราไม่ได้ต้องจัด calendar เพื่อทำกิจกรรมในแต่ละวันให้ได้มากที่สุด
    • เราแค่ต้องจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับ energy ของเรา
    • รักษาสมดุลระหว่างกิจกรรมที่ดูดพลังและกิจกรรมที่ให้พลังกับเรา และทำให้เรามี energy เหลือในทุก ๆ วัน

    .

    Law 3. Direction Beats Speed:

    • Speed เป็นแค่เครื่องมือ
    • Speed ที่ไม่มี direction มีแต่จะทำให้เราออกห่างจากตัวเองเร็วขึ้น
    • เราไม่ได้ต้องทำทุกอย่างให้เร็ว
    • เราแค่ต้องทำทุกอย่างอย่างมีเป้าหมาย มีทิศทาง
    • เมื่อมีทิศทางแล้ว เราค่อยเลือกว่าเราจะไปเร็วขนาดไหน
    • คนที่ไปช้าแต่มีทิศทาง ย่อมชนะคนที่ไปเร็วอย่างไร้ทิศทางเสมอ

    .

    Law 4. Externalise Cognition:

    • สมองไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจดจำ
    • แต่เรามักใช้สมองเพื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ
    • สิ่งที่ต้องทำ, งานที่ค้างคา, อีเวนท์ที่กำลังจะมาถึง, …
    • นานไป เราอาจรู้ว่าสมองแล่นช้าลงกว่าปกติ
    • สาเหตุไม่ใช่เพราะอายุที่มากขึ้น
    • แต่เป็นเพราะสมองเสียสละพื้นที่ในการคิดและตัดสินใจ เพื่อเก็บข้อมูลแทน
    • ถ้าเราอยากจะตัดสินใจได้อย่างเฉียบคม เราต้องปลดภาระการจดจำออกจากสมอง
    • ถ่ายโอนข้อมูลที่ต้องจดจำออกจากสมอง เก็บไว้ในระบบต่าง ๆ อย่าง to-do list, calendar, … แทน
    • และเก็บสมองไว้สำหรับการตัดสินใจต่าง ๆ ในชีวิต

    .

    Law 5. Asymmetry or Death:

    • โลกมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ
    • การทำงานแบบ symmetry ไม่ทำให้เราตามทันโลกอีกต่อไป
    • Symmetry คือ การทำงานแบบ 1:1
    • ถ้าอยากได้งานมากขึ้น ก็ต้องขยันมากขึ้น, ใส่ชั่วโมงการทำงานมากขึ้น, …
    • เราไม่สามารถทำงานแบบ 1:1 และหวังว่า จะตามทันโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้
    • เราจะต้องมองหา asymmetry
    • สิ่งที่เมื่อทำแล้ว จะทำให้สิ่งอื่น ๆ ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
    • เช่น การตัดสินใจ 1 ครั้งที่ทำให้เราไม่ต้องตัดสินใจอีก 10 ครั้ง
    • หรือ 1 งานที่ถ้าทำแล้ว จะทำให้เราไม่ต้องทำงานอีก 10 อย่าง
    • หา asymmetry ให้เจอ

    .

    5 laws: frame, energy, direction, externalise cognition, asymmetry.

    💪 Developing Agency

    Agency ไม่ได้สร้างได้ในครั้งเดียว แต่ต้องพัฒนาและสั่งสมผ่านการฝึกฝน

    เราสร้าง agency ได้ผ่าน 3 กิจกรรมที่เราทำทุกวันและสัปดาห์:

    .

    Activity 1. Morning Ritual:

    • ทุกเช้า 5 นาที
    • เพื่อตั้งตัวก่อนเริ่มวัน
    • ถามตัวเอง 5 คำถาม
    • คำถาม 1. Frame: เราจะใช้ frame อะไรในวันนี้?
    • คำถาม 2. Energy: กิจกรรมอะไรที่จะเติมพลังให้เรา?
    • คำถาม 3. Direction: เราจะเดินไปทางไหน? วันนี้เราจะทำอะไรที่มีความหมาย?
    • คำถาม 4. Brain: เราถืออะไรอยู่ในสมอง ที่ควรอยู่นอกสมองบ้าง?
    • คำถาม 5. Asymmetry: อะไรคือ 1 สิ่งที่เราทำได้ ที่จะทำให้สิ่งอื่น ๆ ไม่จำเป็นอีกต่อไป?

    .

    Activity 2. Evening Reset:

    • ทุกเย็น 2 นาที
    • เพื่อ reflect วันที่ผ่านมา
    • ถามตัวเอง 3 คำถาม
    • คำถาม 1. What drained you? กิจกรรมอะไรที่ดูดพลัง และเราสามารถลดหรือกำจัดออกไปได้บ้าง?
    • คำถาม 2. What energised you? กิจกรรมอะไรที่ให้พลัง และเราสามารถเพิ่มหรือป้องกันไม่ให้ลดลงได้บ้าง?
    • คำถาม 3. What you learned: เราเรียนรู้อะไรจาก frame, direction, asymmetry ที่เราใช้ในวันนี้?

    .

    Activity 3. Weekly Offload:

    • ทุกสัปดาห์ 30 นาที
    • เพื่อ clear สมองและปรับทิศทาง
    • มี 3 สิ่งที่ต้องทำ
    • ข้อ 1. Offload: เขียนทุกอย่างที่อยู่ในหัวออกมา ใส่ข้อมูลที่ต้องจำไว้ในเครื่องมือต่าง ๆ (to-do list, calendar) และเขียน 1 next action สำหรับสิ่งที่เราต้องตัดสินใจ
    • ข้อ 2. Energy audit: ในสัปดาห์นี้ เรามีกิจกรรมที่ดูดพลังมากกว่าเพิ่มพลังหรือเปล่า?
    • ข้อ 3. Direction adjustment: ปรับทิศทางและเป้าหมายชีวิตตามต้องการ

    .

    3 activities: Morning Ritual, Evening Reset, Weekly Offload.

    😌 Recovering When You Drift

    เราอาจจะรักษาวินัยไปไม่ได้ตลอด

    ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์

    เราอาจกลับไปใช้ชีวิตแบบเก่า และรู้สึกว่าชีวิตหมดไฟ

    เมื่อเรารู้สึกแบบนี้ ให้เราพาตัวเองกลับมาสร้าง agency อีกครั้งใน 6 ขั้นตอน:

    .

    Step 1. Stop:

    • หยุด
    • พาตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
    • ไม่ต้องคิด ไม่ต้องทำอะไร
    • เพราะยิ่งเราทำอะไรด้วยความเร็ว เราก็จะยิ่งออกห่างจากตัวเองเร็วขึ้น

    .

    Step 2. Dump:

    • เขียนทุกอย่างที่อยู่ในหัวออกมา
    • เขียนโดยไม่ต้องตัดสิน
    • เขียนทุกอย่างออกมา ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือสำคัญขนาดไหน

    .

    Step 3. Identify:

    • มองหา pattern ในสิ่งที่เขียนออกมา
    • เราอาจพบว่า เรากำลังใช้ frame ที่เราไม่ได้เลือก
    • อาจพบว่า เราใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ดูดพลัง
    • อาจพบว่า เราใช้ชีวิตด้วยความเร็วอย่างไร้ทิศทาง
    • อาจพบว่า เราใช้สมองไปกับการจดจำ
    • อาจพบว่า เราทำงานแบบ 1:1

    .

    Step 4. Pick a law:

    • เลือกกฎของ agency ขึ้นมา 1 ข้อ ที่จะช่วยเราแก้ปัญหาได้
    • ให้เราเลือกมา 1 ข้อ แม้ว่าเราจะมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องการแก้
    • เพราะเราสามารถแก้ได้ทีละอย่าง
    • ให้เราฝึกกฎข้อนั้นให้ชำนาญ ก่อนจะไปกฎข้ออื่นต่อไป

    .

    Step 5. Morning Ritual:

    • กลับมาทำ Morning Ritual ทุกเช้าอีกครั้ง
    • Morning Ritual จะช่วยดึงเรากลับเข้ามาใน pattern การใช้ชีวิตแบบใหม่

    .

    Step 6. Witness:

    • หาเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่เราไว้ใจ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง

    .

    6 steps to recovery: stop, dump, identify, pick a law, Morning Ritual, witness.

    🔥 Summary

    โลกทุกวันนี้พยายามจะพาเราออกห่างจากตัวเรามากขึ้น ทำให้ชีวิตของเราเหมือนขาดอะไรไป

    เพราะชีวิตของเราขาดตัวของเราเอง

    Agency เป็นความสามารถในการเป็นตัวของตัวเองในขณะที่สภาพแวดล้อมพยายามดึงตัวเราออกไป

    .

    การมี agency หมายถึง:

    1. Frame: เลือก frame ในการมองโลกเอง
    2. Energy: เลือกการใช้พลังของเราเอง
    3. Direction: กำหนดทิศทางของตัวเอง
    4. Externalise cognition: ใช้สมองเพื่อตัดสินใจ ไม่ใช่จดจำ
    5. Asymmetry: ทำ 1 สิ่งที่ทำให้สิ่งอื่นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

    .

    เราสามารถฝึก agency ได้ทุกวัน ผ่าน 3 กิจกรรม:

    1. Morning Ritual ที่ช่วยเราตั้งหลักในทุกเช้า
    2. Evening Reset ที่ช่วยให้เราได้ reflect กับตัวเอง
    3. Weekly Offload ที่ช่วย clear สมองและปรับเปลี่ยนทิศทางในทุกสัปดาห์

    .

    และเราสามารถพาตัวเองกลับมาสู่การใช้ชีวิตแบบ agency ได้ใน 6 ขั้นตอน:

    1. Stop: หยุดทำ หยุดคิด
    2. Dump: เขียนทุกอย่างในหัวออกมา
    3. Identify: หา pattern ของสิ่งที่เกิดขึ้น
    4. Pick a law: เลือกกฎ 1 ข้อที่เราจะใช้แก้ปัญหา
    5. Morning Ritual: กลับมาทำ Morning Ritual
    6. Witness: เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้คนอื่นฟัง